ระบบบริหารจัดการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม V.1.5/2560(Innovation Management System)

1,173iTems

ทำเนียบนักวิจัย กรมวิทยฯ

คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด

941iTems

องค์ความรู้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด

87iTems

นวัตกรรมและเทคโนโลยี

คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด

1iTems

ทรัพย์สินทางปัญญา

คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด
ผลงานเด่นที่ได้รับรางวัล (ด้านองค์ความรู้) 47 รางวัล
50% Increase in 150 Days     คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด
ผลงานเด่นที่ได้รับรางวัล (ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี) 3 รางวัล
20% Increase in 300 Days     คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด

บัญชีนวัตกรรมและเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

หน่วยงานที่สังกัด

รายงานสรุปบัญชีนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์

ลำดับรูปภาพชื่อนวัตกรรม
1.ประเภทนวัตกรรม:ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย[1]
1 ชุดทดสอบสารตะกั่วในลิปสติก (เทคนิค color test) ()
ชุดทดสอบสารตะกั่วในลิปสติกที่พัฒนาขึ้นนี้ ใช้สำหรับเป็นเครื่องมือในการตรวจวิเคราะห์หาสารตะกั่วในลิปสติก ซึ่งได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และมีประสิทธิภาพ ได้ผ่านการทดสอบความถูกต้องของวิธี ตามข้อกำหนดการทดสอบความถูกต้องของวิธีสำหรับการตรวจเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) ซึ่งได้ทำการตรวจทั้ง 4 หัวข้อ คือ การหาปริมาณต่ำสุดที่ตรวจพบได้ (Limit of Detection)   ความจำเพาะเจาะจง (Specificity)  การศึกษาความคงสภาพของน้ำยาทดสอบ (Stability)   
2 ชุดทดสอบสารปรอทในเครื่องสำอาง (เทคนิค color test) ()
-      
3 ชุดน้ำยาตรวจเชื้อสเต๊พโตคอกคัส ซูอีส ด้วยเทคนิค เรียล ไทม์ พี ซี อาร์ ()
-      
4 ชุดทดสอบ DMSc alpha-thal 1 ()
เป็นนวัตกรรมแรกของประเทศไทยและของโลกที่นำเทคนิค Real Time PCR มาประยุกต์ใช้ในการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของยีน alpha-thalassemia 1 ที่สามารถตรวจได้ครบทั้งสองชนิดที่มีรายงานในประชากรไทย คือ ชนิด SEA (Southeast Asia) และชนิด Thai เพื่อประเมินความเสี่ยงหญิงตั้งครรภ์และสามีในการมีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง Hb Bart s Hydrops Fetalis ทารกมีอาการซีด บวม และเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือไม่กี่ชั่วโมงหลังคลอด ส่วนหญิงที่ตั้งครรภ์บุตรเป็นโรค Hb Bart’s Hydrops Fetalis จะมีอาการครรภ์เป็นพิษ บวม ความดันเลือดสูง มีอาการคลอดผิดปกติ ตกเลือดหลังคลอด หากอาการรุนแรงมากและไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที จะมีโอกาสเสียชีวิตได้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีความน่าเชื่อถือและรวดเร็วทันเวลา เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์กลุ่มนี้ได้อย่างทันท่วงที             
5 ชุดทดสอบ DMSc alpha-thal 1 plus ()
เป็นชุดทดสอบที่พัฒนาต่อยอดจากชุดทดสอบ DMSc alpha-thal 1 ซึ่งไม่สามารถใช้งานกับเครื่อง Real Time PCR รุ่นใหม่ได้ เนื่องจากระบบตรวจวัดสัญญาณสีฟลูออเรสเซนต์ของเครื่องรุ่นใหม่กับสีฟลูออเรสเซนต์ของ Probe ในชุดทดสอบ DMSc alpha-thal 1 ต่างกัน       
6 ชุดทดสอบสารปรอทในเครื่องสำอาง (เทคนิค color test) ()
7 ชุดทดสอบเมทานอลในผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ (DMSc MtTek Test Kit)
ผู้ผลิตบางรายใช้แอลกอฮอล์ชนิดเมทิลแอลกอฮอล์ หรือเมทานอลเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ ซึ่งเมทานอลมีอันตรายร้ายแรง กรมจึงพัฒนาการตรวจหาเมทานอลเป็นชุดทดสอบเมทานอล หรือ DMSc MtTek Test Kit ซึ่งมีวิธีใช้ง่ายและทราบผลภายใน 2 นาที ความไวของชุดทดสอบคือปริมาณต่ำสุดที่ตรวจพบได้ในผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ คือ เมทานอลร้อยละ 2 โดยชุดทดสอบนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว ช่วยคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ  
8 ชุดทดสอบพาราควอตในตัวอย่างผักและผลไม้ ()
จากการที่ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการกินสารเคมีทางการเกษตรพาราควอต และการตรวจพิสูจน์เพื่อหาสารพาราควอตไม่ทันต่อเหตุการณ์ กรมจึงได้พัฒนาชุดทดสอบพาราควอตที่มีขั้นตอนการทดสอบเพียงขั้นตอนเดียว และมีรูปแบบที่เป็นแคปซูลซึ่งสะดวกต่อการใช้งาน สามารถอ่านผลได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 5 นาที ชุดทดสอบที่พัฒนาขึ้นใหม่สามารถตรวจระดับของพาราควอตในตัวอย่างน้ำและตัวอย่างของผู้ป่วยที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.7 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป เพื่อใช้ตรวจผู้ป่วยในโรงพยาบาล ซึ่งใช้ง่ายและสะดวก ไม่ต้องมีเครื่องมือพิเศษใด ๆ  
9 ชุดทดสอบคัดกรองสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่ม Organophosphates และ Carbamates ผักและผลไม้ (M kit) ()
ช่วยตรวจคัดกรองเบื้องต้น ในส่วนของการปนเปื้อน สารฆ่าแมลงตกค้างในผักสดและผลไม้สดของห้องปฏิบัติการทดสอบสารพิษตกค้างในผักสด ผลไม้สดทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการควบคุมคุณภาพความปลอดภัยผักสดและผลไม้สดที่ได้รับ จากผู้ผลิต/ตลาดค้าส่ง ก่อนวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งที่นำไปใช้ประกอบอาหาร เช่น ภัตตาคาร ร้านอาหาร รวมทั้งหน่วยโภชนาการของโรงพยาบาลต่างๆ เป็นต้น ส่งผลให้ผู้บริโภคในประเทศได้บริโภคผักสดและผลไม้สดที่มีความปลอดภัย โดยมีการปนเปื้อนในระดับที่ยอมรับได้  
10 ชุดตรวจสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 DMSc COVID-19 Realtime RT-PCR Kit ()
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด วิจัยพัฒนาชุดทดสอบ RT-PCR KIT หรือ DMSc-COVID-19 ซึ่งวิธีการตรวจแบบ Real-time RT PCR เป็นวิธีที่องค์การอนามัยโลกให้การแนะนำและรับรองว่าเป็นวิธีมาตรฐาน ที่มีความไว ความจำเพาะสูง สามารถตรวจจับเชื้อไวรัสปริมาณน้อยๆ ในรูปแบบของสารพันธุกรรม ไม่ว่าจะเชื้อเป็นหรือเชื้อตาย โดยตรวจจากสารคัดหลั่งทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างของผู้สงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รู้ผลภายใน 3-5 ชั่วโมง      
11 ชุดทดสอบเบื้องต้นกัญชาด้วยเทคนิคการเกิดสี (Cannabis Rapid Test) ()
พัฒนาชุดทดสอบอย่างง่าย สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์กัญชาเบื้องต้นว่ามีส่วนผสมของสารกลุ่มแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในพืชกัญชา ได้แก่ THC CBD และ CBN อยู่ในผลิตภัณฑ์หรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางห้องปฏิบัติการหรือผู้ที่มีความชำนาญ ในการทดสอบและให้ผลแม่นยำภายใน 5 นาที ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ในการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนได้รับยาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย  
12 การวิจัยและพัฒนาชุดทดสอบตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสซิกา (Development of Zika virus antibody detection kit by Immunochromatography)
โรคติดเชื้อไวรัสซิกา เป็นโรคติดต่อสู่คนโดยมียุงลายเป็นพาหะ นอกจากนี้สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเชื้อจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ ทำให้เกิดภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิดในทารกแรกคลอด อาจพบอาการกิลแลงบาร์เรและโรคทางระบบประสาทอื่นๆ ด้วย การตรวจภูมิคุ้มกันในกลุ่มผู้ป่วยดังกล่าว สามารถช่วยยืนยันสาเหตุการติดเชื้อได้ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินคุณภาพชุดตรวจแอนติบอดี IgM และ IgG ต่อเชื้อไวรัสซิกา ด้วยหลักการ Immunochromatography โดยใช้โปรตีน NS1 เป็น Test line ส่วน Conjugate ใช้ anti Human Immunoglobulin IgM และ Protein A ในการตรวจ IgM และ IgG ตามลำดับ และนำชุดตรวจที่พัฒนาขึ้นมาศึกษาเพื่อประเมินคุณภาพเปรียบเทียบกับ rapid commercial kit โดยใช้ตัวอย่างซีรัมบวกและลบที่ตรวจยืนยันโดย ELISA ในการประเมินชุดตรวจ Zika IgM จำนวน 225 ราย และ Zika IgG 153 ราย พบว่าชุด Zika IgM ที่พัฒนาขึ้นนี้มีความไว (37/37) 100% ความจำเพาะ (183/188) 97.34% ในขณะที่ rapid commercial kit มีความไว (37/37) 100% ความจำเพาะ(122/188) 64.89% และ ชุด Zika IgG ที่พัฒนาขึ้นมีความไว (86/101) 85.15% ความจำเพาะ (52/52) 100% ในขณะที่ชุด commercial test kit มีความไว (12/101) 11.88% ความจำเพาะ (52/52) 100% นอกจากนี้พบว่าชุด Zika IgM และ Zika IgG เกิดปฎิกิริยาข้ามกับซีรั่ม Dengue IgM  JE IgM และDengue IgG เท่ากับ (3/43) 6.97%  (1/12) 8.33% และ (10/33) 30.3% ตามลำดับ ผลการประเมินคุณภาพแสดงให้เห็นว่าชุดตรวจนี้มีศักยภาพในการนำไปใช้ตรวจคัดกรองแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสซิกา เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคได้ต่อไป              
2.ประเภทนวัตกรรม:วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย[2]
1 การถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของเชื้อ 2019-CoV ด้วยเทคนิค Next-generation sequencing สู่การพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัย ()
เพื่อนำไปสู่ผลการตรวจที่ถูกต้อง และขยายขีดความสามารถสู่ห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศ รู้ผลการตรวจรวดเร็ว สนับสนุนการควบคุมและป้องกันโรคภายในประเทศ    
2 วิธีการตรวจประเมินประสิทธิภาพเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ ()
คิดค้นวิธีการตรวจความแม่นยำในการวิเคราะห์สัญญาณคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และความแม่นยำในการวิเคราะห์พลังงานไฟฟ้าที่ทำการ SHOCK เพื่อให้เครื่อง AED มีความพร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ    
3 การประเมินประสิทธิภาพชุดทดสอบแบบตรวจหาแอนติบอดีทางน้ำเหลืองวิทยาของเชื้อ SARS-CoV-2 (COVID-19) ()
เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของชุดตรวจ COVID-19 แบบรวดเร็ว ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยว่าเป็นไปตามเอกสารที่ผู้ประกอบการได้ยื่นแสดงต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อขออนุญาตนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย    
4 การตรวจ COVID-19 ด้วยตัวอย่างน้ำลาย (Deep Throat Saliva) แบบรวมตัวอย่าง (Deep Throat Saliva Pool Sample)
กรมพัฒนาการใช้ตัวอย่างน้ำลายในการตรวจ COVID-19 เพื่อใช้ในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องทำการตรวจคัดกรองคนจำนวนมาก เนื่องจากกระบวนการเก็บใช้เวลาไม่นาน ผู้ป่วยเก็บตัวอย่างได้เอง และอุปกรณ์ในการเก็บหาได้ง่าย ราคาไม่แพง โดยการเก็บตัวอย่างน้ำลายจากส่วนลึกของลำคอ        
5 วิธีการตรวจวิเคราะห์ยาชีววัตถโมโนโคลนอลแอนติบอดี ชนิด Tratuzumab ()
Biopharmaceutical products เป็นยาที่ผลิตโดยเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ผลิตโดยเทคโนโลยีชีวภาพ (Recombinant-DNA derived products) เช่นยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี ฮอร์โมน เอ็นไซม์ และอื่นๆ เนื่องจากให้ผลการรักษาได้อย่างจำเพาะกับโรค เช่น มะเร็ง การสร้างเม็ดเลือด รูมาตอยด์ ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นยานำเข้าซึ่งมีราคาสูง แต่เนื่องจากการผลิตยา biopharmaceutical สามารถสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมในประเทศผู้ผลิตอย่างสูง จึงทำให้ประเทศที่มีศักยภาพพยายามตั้งเป้าที่จะผลิตยากลุ่มนี้ออกมาในหลากหลายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งประเทศไทยที่อุตสาหกรรมด้านนี้มีการพัฒนาและมีแนวโน้มเติบโตอย่างสูงในอีก 20 ปีข้างหน้า กรมจึงได้วิธีการตรวจวิเคราะห์ยาชีววัตถโมโนโคลนอลแอนติบอดี ชนิด Tratuzumab ซึ่งใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก เพื่อเป็นมาตรฐานในการกำกับความปลอดภัยในการใช้ยาดังกล่าวภายในประเทศต่อไป  
6 วิธีการตรวจวิเคราะห์ยาชีววัตถุชนิด interferon beta-1a ()
Biopharmaceutical products เป็นยาที่ผลิตโดยเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ผลิตโดยเทคโนโลยีชีวภาพ (Recombinant-DNA derived products) เช่นยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี ฮอร์โมน เอ็นไซม์ และอื่นๆ เนื่องจากให้ผลการรักษาได้อย่างจำเพาะกับโรค เช่น มะเร็ง การสร้างเม็ดเลือด รูมาตอยด์ ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นยานำเข้าซึ่งมีราคาสูง แต่เนื่องจากการผลิตยา biopharmaceutical สามารถสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมในประเทศผู้ผลิตอย่างสูง จึงทำให้ประเทศที่มีศักยภาพพยายามตั้งเป้าที่จะผลิตยากลุ่มนี้ออกมาในหลากหลายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งประเทศไทยที่อุตสาหกรรมด้านนี้มีการพัฒนาและมีแนวโน้มเติบโตอย่างสูงในอีก 20 ปีข้างหน้า กรมจึงได้พัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ยาชีววัตถุชนิด interferon beta-1a ซึ่งเป็นยาที่ใช้เพื่อการรักษาโรคไวรัส เช่น ไวรัสตับอักเสบบีและโรคไวรัสตับอักเสบซีชนิดเรื้อรัง เป็นต้น โดยยาอินเตอร์เฟอรอนมีผลทั้งฆ่าไวรัสและควบคุมระดับภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของผู้ป่วย เพื่อเป็นมาตรฐานในการกำกับความปลอดภัยในการใช้ยาดังกล่าวภายในประเทศต่อไป    
7 การพัฒนาโปรแกรมคำนวณปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจากการถ่ายภาพรังสีวินิจฉัย ()
8 การตรวจวินิจฉัยฮีโมโกลบินอีด้วยเทคนิค Allelic Discrimination ()
9 การพัฒนากระบวนการผลิตน้ำปลาให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืนที่มีแหล่งผลิตในพื้นที่สาธารณสุข เขต 2 และ 18 ()
10 การทดสอบความถูกต้องของวิธีวิเคราะห์เอกลักษณ์ยาบ้า ()
11 การประเมินประสิทธิภาพวิธีการตรวจวินิจฉัยเชื้อ สเตร๊พโตค็อกคัสซูอีส ในตัวอย่างเลือดผู้ป่วย ด้วยเทคนิค เรียลไทม์ พี ซี อาร์ ()
12 การพัฒนาวิธีตรวจวิเคราะห์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชชนิด ไตรคลอร์ฟอนและดีดีที ในปลาแห้งและปลาเค็ม โดยเทคนิคแก็สโครมาโทกราฟฟี-แมสสเปคโทรมิเตอร์ ()
  
13 การตรวจสอบคุณภาพเซลล์ต้นกำเนิด ()
วิธีการตรวจสอบคุณภาพของเซลล์ต้นกำเนิด เพื่อความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วย ครอบคลุมการตรวจสอบคุณภาพ 4 กลุ่ม ตามข้อกำหนดสากล GMP และ INDs ได้แก่ - การทดสอบการปนเปื้อนจุลชีพประกอบด้วยการเพาะเชื้อจุลชีพโดยตรง (Sterility Test) ครอบคลุมทั้ง Aerobic Bacteria  Anaerobic Bacteria และ Fungus และการตรวจหาการปนเปื้อนเชื้อ Mycoplasma โดยวิธี PCR - การทดสอบความบริสุทธิ์ ปราศจากการปนเปื้อน Endotoxin - การทดสอบคุณสมบัติเฉพาะของเซลล์ต้นกำเนิด โดยการทดสอบ CD Marker บนผิวเซลล์ ซึ่งเซลล์ต้นกำเนิดแต่ละชนิดมีการแสดงออกของแอนติเจนบนผิวเซลล์แตกต่างกัน - การทดสอบ Potency โดยวิธี Colony Forming Unit และการทดสอบความสามารถของเซลล์ในการ Differentiation และการทดสอบ Viability  
14 การตรวจกลุ่มอาการดาวน์ โดยเทคนิค Molecular Karyotyping ()
เทคนิค Molecular Karyotyping สามารถตรวจวินิจฉัยตัวอย่างทารกในครรภ์ โดยไม่ต้องเพาะเลี้ยงเซลล์ การวิเคราะห์และอ่านผลทำโดยเครื่องอัตโนมัติ ทราบผลรวดเร็วภายใน 2 วัน สามารถตรวจความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมคู่ที่ 21 และโครโมโซมคู่อื่นที่พบความผิดปกติบ่อย ได้แก่ 18  13  X และ Y รวมถึงการตรวจพบ microdeletion และ microduplication ซึ่งเป็นข้อดีอีกประการที่เหนือกว่าวิธีมาตรฐาน (Conventional Karyotyping)  
15 ข้อกำหนดทางเคมีของรากช้าพลู ()
    
16 การพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังคุณภาพน้ำดื่มในชุมชน (Com Med Sci.) ()
17 การพัฒนาวิธีวิเคราะห์กรดโปรปิโอนิคในอาหารประเภทผลิตภัณฑ์ขนมปังและขนมอบ โดยวิธี HPLC ()
18 การศึกษาระดับฮีโมโกลบิน A2 ในผู้ป่วยพาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้าที่มีพาหะธาลัสซีเมียชนิดอัลฟ่าร่วม ( The level of Hemoglobin A2 of double heterozygous a –thalassemia / b- thalassemia ()
ภาวะ Hydrops Fetalis เป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่สุด ทำให้เกิดครรภ์เป็นพิษ มารดาเสียชีวิตถ้ารักษาไม่ทันและเด็กมักเสียชีวิตในครรภ์หรือตายหลังคลอดไม่นาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ นโยบายธาลัสซีเมียแห่งชาติจึงกำหนดให้ตรวจหายีนของพาหะธาลัสซีเมียชนิด a0 ในคู่สามีภรรยาที่เสี่ยงต่อการมีบุตร Hydrop Fetalis ทุกคู่ ดังน้นการคัดเลือกคู่เสี่ยงจึงมีความสำคัญ จำเป็นต้องคัดเลือกได้อย่างถูกต้อง ปัญหาการไม่ได้วินิจฉัยคู่เสี่ยงพาหะธาลัสซีเมียชนิด a0 ส่วนใหญ่เกิดกับคนไข้ที่เป็นหาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้า จึงทำการศึกษาระดับฮีโมโกลบิน A2 ของผู้ป่วยพาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้าที่เป็นพาหะและไม่เป็นพาหะของธาลัสซีเมียชนิด a0 ทำการตรวจยืนยันด้วยวิธี PCR และนำค่า MCV  MCH  Hemoglobin พิจารณา เพื่อสร้างเกณฑ์คัดเลือกคู่เสี่ยงต่อการมีบุตร Hydrops Fetalis จากการศึกษาพาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้า จำนวน 50 ราย (ฮีโมโกลบิน A2 = 4.1-6.6%) พบผู้ป่วย 2 ราย(ฮีโมโกลบิน A2 = 5.6% และ 6.1% ) ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียชนิด a0 คิดเป็น 4 % โดยผล Hemoglobin MCV MCH RDW ของผู้ป่วยไม่แตกต่างกันจากกลุ่มที่ไม่มีพาหะธาลัสซีเมียชนิด a0 ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเด็กภาวะ Hydrops Fetalis จึงควรตรวจ a thal1 PCR ให้กับคู่สมรสพาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้า ทุกราย
19 ซีโรทัยป์ของเชื้อซัลโมเนลลาที่แยกได้จากผู้ป่วยในภาคกลางตอนล่าง ()
การศึกษานี้นำเสนอข้อมูลความชุกของซัลโมเนลลาซีโรทัยป์ต่างๆ ที่ก่อโรคในผู้ป่วยเขตภาคกลางตอนล่าง ในช่วงสิงหาคม 2544-ธันวาคม 2548 จากเชื้อซัลโมเนลล่าที่แยกได้จากอุจจาระของผู้ป่วยที่มีอาการอุจจาระร่วง 417 สายพันธุ์ จากเลือดและไขกระดูก 64 สายพันธุ์ และจากแหล่งอื่นๆ ได้แก่ ปัสสาวะ และหนอง จำนวน 8 สายพันธุ์ เมื่อนำมาจำแนกซีโรทัยป์และทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะพบว่าสามารถจำแนกซัลโมเนลล่าได้ทั้งหมด 51 ซีโรทัยป์ โดยพบซีโรทัยป์สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ S. Typhimurium (group B) ร้อยละ 13 S. Weltevreden (group E) ร้อยละ 13 S. Anatum (group E) ร้อยละ 10 เป้นต้น ซีโรทัยป์ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดที่พบบ่อยที่สุดได้แก่ S. Choleraesuis (33%) S. Typhimurium (28%) S. Enteritidis (17%) และ S. Typhi (13%) และซีโรทัยป์เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงในผู้ป่วยที่พบได้บ่อยที่สุดคือ S. Weltevreden (group E) ร้อยละ 14 S. Anatum(group E) ร้อยละ 12 S. Typhimurium (group B) ร้อยละ 10 S. Stanley (group B) ร้อยละ 7 S. Rissen (group C) ร้อยละ 7 S. Panama (group D) ร้อยละ 5 และ S. Enteritidis (group D) ร้อยละ 5 จากมากไปน้อยตามลำดับ เชื้อในกลุ่มซีโรทัยป์ที่สามารถเข้าในกระแสเลือดและที่ก่อให้เกิดอุจจาระร่วง มีรูปแบบการดื้อยาคล้ายคลึงกับซีโรทัยป์อื่นที่พบเด่นๆ คือ มีโอกาสดื้อยาในกลุ่ม Tetracyclin (ร้อยละ 57-93) Co-trimoxazole (ร้อยละ 40-79) และ Sulphonamides (ร้อยละ 53-100) มากที่สุด ยกเว้น S. Weltevreden ซึ่งมีอัตราการดื้อยาต่ำต่อยาทุกชนิด (ร้อยละ 0-28) ทุกซีโรทัยป์มีอัตราการดื้อต่อยา Norfloxacin และ Ciprofloxacin ต่ำ(ร้อยละ 0-10) และไม่พบซีโรทัยป์ใดที่ดื้อต่อยา Cefotaxime และ Ceftriaxone สำหรับ S. Typhimurium (group B) และ S. Choleraesuis (group C) มีความชุกสูง มักติดเชื้อเข้ากระแสเลือด และมีอัตราการดื้อต่อยาหลายชนิดค่อนข้างสูง จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปในเรื่องการดื้อยา    
20 Serotypes and antimicrobial resistance of salmonella enterica SSP in central Thailand, 2001-2006 (Serotypes and antimicrobial resistance of salmonella enterica SSP in central Thailand, 2001-2006)
This study was carried out to elucidate the epidemiological trends and antimicrobial susceptibilities against Salmonella serovars among Thai patients and asymptomatic carriers during 2001-2006 in central Thailand. A total of 1 401 human and 260 non-human isolates from various sources were included. The isolates were characterized using serotyping and antimicrobial susceptibility testing. The most common serovars in patients submitting stool samples were S. Weltevreden  S. Stanley  
21 การตรวจ Molecular subtype ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ()
เป็นนวัตกรรมบริการการตรวจ Molecular Subtype โดยการวิเคราะห์การแสดงออกของยีนที่เหมาะสมต่อมะเร็งเต้านม 50 ยีน สามารถแยกชนิด Luminal A/B  Basal like และ Her2 Enrich และการประเมินความเสี่ยงในการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ใช้เป็นแนวทางให้แพทย์สามารถเลือกยาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายในลักษณะ personalize medicine ลดการใช้ Chemotherapy โดยไม่จำเป็น นับเป็นประโยชน์ในการรักษาและพัฒนาชีวิตผู้ป่วย   
3.ประเภทนวัตกรรม:วัสดุอ้างอิง[3]
1 DMSc Hb typing control ()
เป็นวัสดุควบคุมคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ชนิดและปริมาณฮีโมโกลบิน สามารถใช้ในการควบคุมคุณภาพภายในห้องปฏิบัติการ และการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการ เป็นประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพการตรวจของห้องปฏิบัติการในประเทศให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดการนำเข้าสินค้าราคาแพงจากต่างประเทศ    
4.ประเภทนวัตกรรม:เซลส์บำบัด[5]
1 DMSc Stem Plus ()
เป็น Bone Marrow Mononuclear Cells จากไขกระดูก ซึ่งประกอบด้วย เซลล์ต้นกำเนิดหลายชนิดอยู่รวมกัน ได้แก่ Hematopoietic Stem Cells  Mesenchymal Stem Cells และ Endothelial Progenitor Cells สำหรับใช้ในการพัฒนาวิธีรักษาผู้ป่วย     
2 DMSc Stem Pro ()
เป็นเซลล์ต้นกำเนิดชนิด Mesenchymal Stem Cell ที่เพาะเลี้ยงจากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง โดยวิธีดั้งเดิมที่ใช้ Fetal Bovine Serum สำหรับใช้ในการพัฒนาวิธีรักษาผู้ป่วย     
3 DMSc Stem Safe ()
เป็นเซลล์ต้นกำเนิดชนิด Mesenchymal Stem Cell ที่เพาะเลี้ยงจากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง โดยใช้อาหารเลี้ยงเซลล์ที่พัฒนาโดยศูนย์เซลล์ต้นกำเนิดและเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่หลีกเลี่ยงการใช้ Fetal Bovine Serum ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สำหรับใช้ในการพัฒนาวิธีรักษาผู้ป่วย   
5.ประเภทนวัตกรรม:ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร[6]
1 สารปนเปื้นและสารตกค้างในยาสมุนไพร: การควบคุมคุณภาพในตำรายา ()
-    
2 ผลิตภัณฑ์ serum all in 1 จากสารสกัดมะหาด ()
การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ serum all in 1 จากสารสกัดมะหาดระหว่่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และบริษํท ด๊อกเตอร์ เฮลท์ จำกัดโดยลงนามความร่วมมือเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2561และถ่ายทอดเทคโนโลยีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561      
3 ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพที่มีสารสกัดจากใบหม่อนเป็นส่วนประกอบ ()
การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพที่มีสารสกัดจากใบหม่อนเป็นส่วนประกอบโดยลงนาม MOU ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และบริษัท ด๊อกเตอร์ เฮลท์ จำกัด เมื่อเดือนกันยายน 2561 และจะถ่ายทอดเทคโนโลยีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562      
4 การศึกษาพิษวิทยาของผลิตภัณฑ์จากผงนัว ()
  
5 การศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดจากกระเจี๊ยบเขียว ()
    
6 สารสกัดจากดอกดาหลาเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ()
สมุนไพรดาหลามีสารกลุ่ม flavonoids และสารกลุ่ม phenolics ซึ่งสามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยของผิว และมีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์อีลาสเตส (elastase) จึงได้พัฒนาสารสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงผิว ต่อต้านการเกิดริ้วรอยของผิว เช่น ผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือจากสารสกัดดอกดาหลา ซึ่งสามารถใช้ล้างมือได้บ่อยครั้ง โดยไม่ทำให้ผิวแห้งและช่วยลดการเกิดริ้วรอย และได้เปิดตัวครั้งแรกในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 17  
7 ผลิตภัณฑ์ยาสีฟันจากสารสกัดมังคุด ()
โรคในช่องปากที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ โรคฟันผุ โดยสาเหตุเกิดจากแบคทีเรียทำให้เกิดคราบพลัค น้ำตาลในอาหาร กรดในช่องปาก และผิวหน้าฟันบอบบาง ซึ่งการรักษาโรคในช่องปากมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา ส่งผลให้เชื้อโรคเกิดการดื้อยาและต้องใช้ยาปริมาณเพิ่มมากขึ้น การใช้สารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติเป็นสารออกฤทธิ์หลักในผลิตภัณฑ์ เพื่อทดแทนการใช้สารเคมีสังเคราะห์ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่ง โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากต้นแบบจากสารสกัดมังคุดที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในช่องปาก จากการวิจัยพบว่า ผลิตภัณฑ์ยาสีฟันจากสารสกัดมังคุด มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ S. mutans  S. sorbinus และ S. pyogenes ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี Erytromycin 30 ไมโครกรัม เป็น positive control  
8 ผลิตภัณฑ์ยาสีฟันจากสารสกัดมังคุด ()
โรคในช่องปากที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ โรคฟันผุ โดยสาเหตุเกิดจากแบคทีเรียทำให้เกิดคราบพลัค น้ำตาลในอาหาร กรดในช่องปาก และผิวหน้าฟันบอบบาง ซึ่งการรักษาโรคในช่องปากมีการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา ส่งผลให้เชื้อโรคเกิดการดื้อยาและต้องใช้ยาปริมาณเพิ่มมากขึ้น การใช้สารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติเป็นสารออกฤทธิ์หลักในผลิตภัณฑ์ เพื่อทดแทนการใช้สารเคมีสังเคราะห์ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่ง โครงการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากต้นแบบจากสารสกัดมังคุด ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ ฤทธิ์ต้านอักเสบ จากการวิจัยพบว่า ผลิตภัณฑ์ยาสีฟันจากสารสกัดมังคุด มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ S. mutans  S. sorbinus และ S. pyogenes ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี Erytromycin 30 ไมโครกรัม เป็น positive control  
9 การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากผงนัว (The Development of Herbal Medicines from Pong-Nua)
การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากผงนัว มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมุนไพรเป็นตำรับผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรอบแห้ง ให้อยู่ในรูปสารสกัดที่มีความสะดวกในการบริโภค และมีความทันสมัยน่าใช้มากยิ่งขึ้น โดยการวิจัยได้มีการรวมรวมพืชสมุนไพรพื้นบ้านจากนักพฤกษศาสตร์ จำนวน 12 ชนิด นำมาคัดเลือก ล้าง อบแห้ง บดหยาบ ผสมเป็นสูตรตำรับผงนัวที่กำหนดไว้ จากนั้น นำสมุนไพรผงนัวมาต้มสกัดด้วยน้ำ และทำให้เป็นผงแห้งด้วยเครื่อง spray dry ดำเนินการควบคุมคุณภาพสารสกัดผงนัวทางเคมี คุณค่าทางโภชนาการ การปนเปื้อนโลหะหนัก จุลินทรีย์ และทดสอบความคงสภาพของผลิตภัณฑ์ผงนัวที่อุณหภูมิห้อง รวมทั้งทดสอบความปลอดภัยในการบริโภค โดยการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยง ความเป็นพิษเฉียบพลันและพิษกึ่งเรื้อรังของผลิตภัณฑ์ในสัตว์ทดลอง จากผลการศึกษาพบว่า สมุนไพรผงนัว 150 กิโลกรัม สามารถเตรียมเป็นสารสกัดผงนัวชนิด Spray dry ได้จำนวน 32 กิโลกรัม สารสกัดผงนัวที่เตรียมได้ มีปริมาณความชื้น 4.82% w/w ปริมาณเถ้ารวม 18.08% w/w และปริมาณเถ้าที่ไม่ละลายในกรด 0.75% w/w การปนเปื้อนเชื้อจุลลินทรีย์และโลหะหนักผ่านเกณฑ์ที่กำหนด การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า มีค่ายับยั้งการเจริญของเซลล์ Chang-Liver SV-80 และ HEK-293 ที่ร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 2665.14 1326.42 และ 333.93 ผลการทดสอบพิษเฉียบพลันในสัตว์ทดลอง ไม่พบความผิดปกติทางมหพยาธิวิทยาของหนูในกลุ่มทดสอบเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม และผลการทดสอบความเป็นพิษกึ่งเรื้อรังของผลิตภัณฑ์ในสัตว์ทดลอง ไม่พบการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม น้ำหนักตัวและการกินอาหาร เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับน้ำกลั่น การพัฒนาสูตรตำรับผลิตภัณฑ์ผงนัว โดยนำสารสกัดผงนัวผสมลงในอาหารประเภทแกงจืด และประเภทนึ่ง พบว่าสารสกัดผงนัวเพิ่มรสชาติให้กับอาหารประเภทแกงจืด โดยใช้อัตราส่วนผงนัว 5 กรัม ต่อน้ำแกง 1.2-1.5 ลิตร และอาหารประเภทนึ่ง โดยใช้อัตราส่วนผงนัว 5 กรัม ต่อการหมักเนื้อสัตว์ 500-800 กรัม   
10 ผลิตภัณฑ์สมุนไพรพฤกษาพารส ()
  
11 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเจลผสมสารสกัดมะหาดสำหรับล้างทำความสะอาดหน้า ()
  
12 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเซรั่มผสมสารสกัดมะหาดสำหรับบำรุงผิวหน้า ()
  
13 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางน้ำแร่ผสมสารสกัดสมุนไพรมะหาดสำหรับบำรุงผิวหน้า ()
  
14 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางโลชั่นผสมสารสกัดสมุนไพรมะหาดสำหรับบำรุงผิวร่างกาย ()
  
15 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางครีมผสมสารสกัดมะหาดใช้บำรุงผิวหน้าสำหรับกลางคืน ()
  
16 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางครีมผสมสารสกัดมะหาดใช้บำรุงผิวหน้าสำหรับกลางวัน ()
  
17 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางโทนเนอร์ผสมสารสกัดมะหาดสำหรับบำรุงผิวให้กระชับ ()
  
18 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางครีมผสมสารสกัดมะหาดสำหรับป้องกันแดด ()
  
19 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางโทนเนอร์ผสมสารสกัดสมุนไพรมะหาดสำหรับบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ()
  
6.ประเภทนวัตกรรม:กระบวนการอื่นๆ[8]
1 การพัฒนาโปรแกรมคำนวณปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจากการถ่ายภาพรังสีวินิจฉัย (The program calculates the entrance surface dose per examination of General X-ray)
การถ่ายภาพรังสีวินิจฉัยเป็นส่วนหนึ่งที่มีความจำเป็นในการวินิจฉัยโรค การถ่ายภาพรังสีแต่ละครั้งอาจใช้เทคนิคที่ทำให้มีปริมาณรังสีสูงเกินความจำเป็นทำให้ผู้ป่วยได้รับรังสีเกินเกณฑ์มาตรฐาน ผู้ใช้รังสีต้องป้องกันผู้ป่วยไม่ให้ได้รับรังสีเกินเกณฑ์แต่คุณภาพของภาพต้องมีรายละเอียดตรงตามที่แพทย์ต้องการ การได้รับรังสีในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อ ดีเอ็นเอ หรือโครโมโซมของร่างกาย ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งในอนาคต แต่การคำนวณปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับนั้นมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ไม่สะดวก ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ มีภารกิจในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านรังสี ป้องกันการได้รับรังสีเกินมาตรฐาน และคุ้มครองผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยด้วยรังสีเอกซ์ ได้เห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว จึงได้พัฒนาโปรแกรมคำนวณค่าปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจากการถ่ายภาพรังสีวินิจฉัยขึ้น โดยใช้การเขียนสูตรคำนวณลงในโปรแกรม Microsoft Excel และส่งให้กับโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 3 นำไปใช้งานในปี พ.ศ. 2557 แต่โปรแกรมมีความเสี่ยงที่จะถูกแก้ไขจากผู้ใช้งานโดยไม่ได้ตั้งใจ และรูปแบบของโปรแกรมไม่เรียบร้อยอาจทำให้ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลผิดช่อง ซึ่งจะส่งผลให้การคำนวณปริมาณรังสีผิดพลาดได้ ในปี พ.ศ. 2562 จึงได้ทำการพัฒนาโปรแกรมคำนวณปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับอีกครั้ง โดยออกแบบเป็นโปรแกรมขนาดเล็ก ใช้ภาษา C ในการพัฒนา สามารถทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows ผู้ใช้งานเพียงกรอกข้อมูลเทคนิคที่ตั้งค่าถ่ายภาพรังสี คือ ค่ากิโลโวลต์ (kVp)  เวลา (sec)  กระแสไฟฟ้า (mA)    
2 นวัตกรรมบริการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ทารกก่อนคลอดแบบไร้รอยต่อด้วยระบบ Logistic (นวัตกรรมบริการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ทารกก่อนคลอดแบบไร้รอยต่อด้วยระบบ Logistic)
กลุ่มอาการดาวน์ เป็นโรคทางพันธุกรรม ที่เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของประเทศและของโลกอย่างยาวนาน เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม พบได้บ่อยที่สุดคือมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 โครโมโซม แต่ละปีประเทศไทยจะมีทารกเกิดใหม่ที่เป็นกลุ่มอาการดาวน์ประมาณ 1 000 ราย ปัญหาสำคัญคือทุกรายมีระดับสติปัญญาด้อยกว่าปกติ มีพัฒนาการล่าช้า มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและเลี้ยงดูตลอดชีวิตมากกว่าปกติเฉลี่ยประมาณ 2.5 ล้านบาทต่อคน วิธีป้องกันทารกกลุ่มอาการดาวน์รายใหม่คือให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองทางห้องปฏิบัติการ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้มอบหมายให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ จัดบริการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ด้วยวิธี Quadruple test ศูนย์ ฯ จึงได้ดำเนินการพัฒนา“นวัตกรรมบริการตรวจคัดกรองแบบไร้รอยต่อด้วยระบบ Logistic” เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ เข้าถึงบริการตรวจคัดกรองที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ครอบคลุม ทั่วถึง เท่าเทียม เสมอภาค และจัดระบบรับตัวอย่างด้วย Logistic ตรวจวิเคราะห์ รายงานผลผ่านระบบ web report ให้กับโรงพยาบาลที่เจาะเลือดทั่วประเทศ ภายใน 7 วันทำการ ผลจากการดำเนินงาน ระหว่างเดือนกันยายน พ.ศ.2561 ถึง มิถุนายน พ.ศ.2562 มีตัวอย่างจากโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวน222 แห่ง 31 จังหวัดครอบคลุมทุกภาคของประเทศ รวม 3 676 ราย จำแนกเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไปและต่ำกว่า 35 ปี จำนวน 3    
3 ระบบการจัดการเอกสารคุณภาพ (Doc-IS) -พัฒนาต่อยอดเพื่อลดการใช้กระดาษ (half-paper less system) ()
4 Line กลุ่ม Newborn Connect (Line กลุ่ม Newborn Connect)
-เปิดใช้งาน 10 ม.ค 2562 - ปัจจุบัน -ช่องทางการเชื่อมต่อ หน้าเว็บไซต์ www.neoscreen.go.th ผ่าน QRcode ไลน์กลุ่ม -จำนวนสมาชิก 175 คน -ข้อมูลที่ให้บริการ เช่น ประชาสัมพันธ์งานตรวจคัดกรอง ถามตอบปัญหา    
5 ระบบข้อมูลสารสนเทศด้านยาเสพติดในปัสสาวะ ()
6 การพัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสาธารณสุขที่ 18 และ 2 ()
7 N 07 15 025 ข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านวิชาการ ตามมาตรฐาน ISO 15189 สาขาเคมีคลินิก ()
  การใช้ประโยชน์ : ใช้เป็นแนวทางการตรวจประเมิน ISO 15189 ด้านวิชาการ สาขาเคมีคลินิก      
8 ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการแก้ไขข้อบกพร่อง จากการตรวจประเมินห้องปฏิบัติการ ทางการแพทย์ ตามมาตรฐาน ISO 15189 ()
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการแก้ไขข้อบกพร่องของห้องปฏิบัติการจากการตรวจประเมินความสามารถ ห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐาน ISO 15189 เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลังของห้องปฏิบัติการที่รับการตรวจประเมิน ระหว่างเดือนมกราคม 2553 – ธันวาคม 2556 จำนวน 76 ห้องปฏิบัติการ โดยใช้สถิติ pair t- test และสถิติเชิงวิเคราะห์ด้วย การวิเคราะห์การถดถอยพหุโลจิสติก (Multiple logistic regression) ปัจจัยที่มีผลต่อเวลาแก้ไขข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ได้แก่ จำนวนปีที่ได้รับการรับรองโดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมากกว่าค่าเฉลี่ย 4 ปี จะใช้เวลาแก้ไขข้อบกพร่อง มากกว่าที่ได้รับการรับรองไม่เกิน 4 ปี ถึง 3.67 เท่า โดยใช้เวลา 245 ± 96 วัน และ 189 ± 74 วัน ตามลำดับ และจำนวน ข้อบกพร่องที่ได้รับทั้งหมด หากจำนวนมากกว่าค่าเฉลี่ย 23 ข้อ จะใช้เวลาแก้ไขข้อบกพร่องมากกว่าห้องปฏิบัติการที่ได้ ข้อบกพร่องทั้งหมดไม่เกิน 23 ข้อ โดยใช้เวลา 240 ± 88 วัน และ 181 ± 85 วัน ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ ข้อบกพร่องตามข้อกำหนด ISO 15189 ด้วยการวิเคราะห์การถดถอยพหุโลจิสติก โดยใช้ค่าอ้างอิงกลุ่มจากค่าเฉลี่ย 216 วัน พบปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาแก้ไขข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ 1) ปัจจัยที่ทำให้ใช้เวลาในการแก้ไขข้อบกพร่อง เสร็จเร็วขึ้น ได้แก่ จำนวนข้อบกพร่องข้อ 4.9 เรื่อง การระบุและการควบคุมสิ่งไม่สอดคล้อง และข้อ 4.15 เรื่อง การทบทวน ระบบบริหารจัดการ 2) ปัจจัยที่ทำให้ระยะเวลาแก้ไขข้อบกพร่องนานขึ้น ได้แก่ จำนวนปีที่ได้รับการรับรองที่มากกว่า 4 ปี จำนวนข้อบกพร่องข้อ 4.3 เรื่อง การควบคุมเอกสาร และ ข้อ 4.13 เรื่อง บันทึกด้านคุณภาพและวิชาการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่อง เกี่ยวกับเอกสารและการตรวจสอบระบบคุณภาพ จึงควรนำไปพิจารณากำหนดกิจกรรมในแผนพัฒนาคุณภาพและพิจารณา กำหนดเกณฑ์การตรวจติดตามระบบคุณภาพไว้ในแผนการตรวจติดตามระบบคุณภาพประจำปี เพื่อธำรงรักษาระบบคุณภาพ ห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากลไว้ตลอดไป    
9 หนังสือ สธ 15189:2556 แนวทางการพัฒนาคุณภาพและความสามารถสู่ระดับสากล Guideline for quality and competence development complying to international standard ()
-      
10 หนังสือ สธ 15190:2556 ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ Medical laboratories-Requirements for safety ()
-      
11 หนังสือ สธ 19011: 2556 แนวทางตรวจประเมินระบบบริหารคุณภาพและ/หรือสิ่งแวดล้อม Guidelinefor quality and/or environmental management systems auditing ()
-      
12 หนังสือเงื่อนไขข้อกำหนดสมาชิกการประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ ปีงบประมาณ 2560 ()
-    
13 หนังสือนโยบายข้อกำหนดและเงื่อนไข การรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการของสถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ()
นโยบาย ข้อกำหนดและเงื่อนไข แก้ไขปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันเพื่อยกระดับมาตรฐานโดยเพิ่มข้อกำหนดให้ใกล้เคียงมาตรฐานสากล ISO 15189 มากขึ้น และเพิ่มเนื้อหาสาระสำคัญซึ่งการปรับปรุงแก้ไขเอกสาร ฉบับนี้ขึ้นเพื่อให้สถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานฯ ไปแนวทางเดียวกัน      
14 หนังสือประมวลผลข้อบกพร่องและข้อสังเกตของห้องปฏิบัติการของสถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ()
การประมวลข้อบกพร่องและข้อสังเกตุของห้องปฏิบัติการของสถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ที่ผ่านการรับรองความสามรถจากคณะกรรมการการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ้านการแพทย์ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อให้ห้องปฏิบัติการดังกล่าวได้ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาความสามารถห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว      
15 เอกสารคู่มือ GLP Compliance Monitoring Programme Manual ()
-    
16 BLQS Disc:2016 (BLQS Disc:2016)
เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารวิชาการเกี่ยวกับคุณภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุข  ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก      
17 การประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์โดยองค์กรภายนอก สาขาภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก รายการทดสอบ ซิฟิลิส ()
-    
18 การประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์โดยองค์กรภายนอก สาขาภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก รายการทดสอบ Thyroid Function Test (FT3,FT4,TSH,T3,T4) ()
-    
19 ปัจจัยที่มีผลต่อจำนวนข้อบกพร่องที่ได้รับจากการตรวจประเมินความปลอดภัยห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ตามมาตรฐาน ISO 15190:2004 ()
-    
20 การประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์สาขาโลหิตวิทยา ชนิดของเซลล์เม็ดเลือดโดยภาพถ่าย External Quality Assessment in Blood Picture ()
-    
21 การประเมินคุณภาพโดยองค์กรภายนอกของตะกอนปัสสาวะระหว่างปี2555 ถึง 2559 External Quality Assessment for Urine Sediment Photograph during 2012 to 2016 ()
-      
22 ระบบบริหารพัสดุ ()
ใช้งานช่วง 2550-2552 แล้วหยุดใช้งาน เนื่องจากนโยบายผู้บริหารได้รับการปรับปรุงล่าสุด 2554 แล้วเปลี่ยนระบบใหม่      
23 ระบบควบคุมเอกสารคุณภาพ ((DocControl))
โดยสามารถรองรับกิจกรรมตามข้อกำหนดคุณภาพ ISO/IEC 17025 และ ISO 15189 รวมถึงการรายงาน แบบฟอร์มต่างๆ ที่อยู่ในระบบคุณภาพ   ใช้ภายในองค์กร ได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันทุกปี   
24 ระบบการจัดการเอกสารคุณภาพ ((Doc-IS))
ใช้ภายในองค์กร -พัฒนาต่อยอดเพื่อลดการใช้กระดาษ (half-paper less system)        
25 พัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระยะที่สอง ()
-    
26 ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง (EQAS for Tomur markers ) ()
-    
27 ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ การตรวจแถบทดสอบปัสสาวะ ( EQAS for Urine strip Test) ()
-    
28 ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ การทดสอบความเข้ากันได้ของโลหิต ( EQAS for Compatibility Test) ()
-    
29 ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ การวินิจฉัยเชื้อราเบื้องต้น (EQAS for Basic Fungus photo survey) ()
-    
30 การวางระบบตรวจสอบขึ้นทะเบียนหน่วยงานทดสอบหรือวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งไม่ได้ทดลองในคน ()
-    
31 สภาพปัญหาและการพัฒนาองค์กรทดสอบหรือศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ได้รับการตรวจสอบขึ้นทะเบียนตามหลักการ OECD GLP ()
        
ลำดับรูปภาพชื่อนวัตกรรม

รายงานสรุปนวัตกรรมและเทคโนโลยี Group by ประเภทนวัตกรรม

Pie Chart

รายงานสรุปนวัตกรรมและเทคโนโลยี Group by ปีงบประมาณ

Donut Chart

รายงานสรุป นวัตกรรมและเทคโนโลยี Group by หน่วยงาน

Pie Chart

รายงานสรุปนวัตกรรมและเทคโนโลยี Group by ประเภทผลผลิต

สรุปจำนวนนวัตกรรมและเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ลำดับประเภทจำนวน
1 นวัตกรรม 82
2 เทคโนโลยี 5
รวม87

Pie Chart

ดูทั้งหมด? 
ประเภทข่าวประชาสัมพันธ์   
กรมวิทย์ฯเดินหน้าสนับสนุนสินค้าไทย ไว้ใจได้ พัฒนาโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
วันที่โพสต์:11 ก.พ. 2561 NEW

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งอาหารและเครื่องสำอางที่ผสมสมุนไพรให้มีคุณภาพมาตรฐานกว่า 190 รายการ พร้อมส่งเสริมช่องทางการตลาดจนเป็นที่สนใจของต่างชาติที่จะนำไปจำหน่ายในต่างประเทศ ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น
          นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวภายหลังร่วมงาน แถลงข่าว "สินค้าไทย ไว้ใจได้ พัฒนาโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์" ว่า ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีมูลค่าทางการตลาดมากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี อัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการที่สมุนไพรไทยจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงของระบบสุขภาพไทยได้อย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้มอบหมายให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศ จัดทำโครงการบูรณาการ "การพัฒนาคุณภาพสมุนไพร ด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน" เพื่อพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน พัฒนาองค์ความรู้ของชุมชนในการผลิตวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจำหน่ายสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ให้ อ่านต่อ..

Read : 272
กรมวิทย์ ฯ พร้อมประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อ HIV
วันที่โพสต์:11 ก.พ. 2561 NEW

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการที่ทำการตรวจเอชไอวีซีโรโลยีของเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อประกันคุณภาพผลการตรวจวิเคราะห์ว่า มีความถูกต้องแม่นยำ และมีข้อมูลสำหรับการวางแผนพัฒนาประสิทธิภาพห้องปฏิบัติการสมาชิก ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในการให้บริการของสถานพยาบาล และหน่วยงานสาธารณสุขมีระบบคุณภาพตามมาตรฐาน
          นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า การตรวจเชื้อ HIV มีความสำคัญ จำเป็นต้องมีความถูกต้อง เชื่อถือได้ เพื่อให้ผู้มารับการตรวจมีความมั่นใจว่าได้รับการบริการที่มีคุณภาพ ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงจัดให้มีโครงการประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจเอชไอวีซีโรโลยีแห่งชาติ (National External Quality Assessment Scheme for HIV Serology Testing)โดยเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2537 ปัจจุบันมีโรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ กว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข เป็นแม่ข่ายในการดำเนินงานและจัดเตรียมตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินเพื่อให้ได้ตัวอย่างที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 4 แห่งในแต่ละภาคของประเทศ ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 เชียงใหม่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 อ่านต่อ..

Read : 306

Total 2 Record : 1 Page
Copyright © 2016-2018 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 88/7 บำราศนราดูร ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์. 0-2951-0000,โทรสาร. 0-2591-5974, E-mail :prdmsc@dmsc.mail.go.th All rights ติดต่อเรื่องเทคนิค:E-mail :Chaisofts@Gmail.com,