กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
Department of Medical Sciences
   
         
   

นวัตกรรมและเทคโนโลยี
      ซีโรทัยป์ของเชื้อซัลโมเนลลาที่แยกได้จากผู้ป่วยในภาคกลางตอนล่าง (ภาษาไทย), (ภาษาอังกฤษ)

รายละเอียด


การศึกษานี้นำเสนอข้อมูลความชุกของซัลโมเนลลาซีโรทัยป์ต่างๆ ที่ก่อโรคในผู้ป่วยเขตภาคกลางตอนล่าง ในช่วงสิงหาคม 2544-ธันวาคม 2548 จากเชื้อซัลโมเนลล่าที่แยกได้จากอุจจาระของผู้ป่วยที่มีอาการอุจจาระร่วง 417 สายพันธุ์ จากเลือดและไขกระดูก 64 สายพันธุ์ และจากแหล่งอื่นๆ ได้แก่ ปัสสาวะ และหนอง จำนวน 8 สายพันธุ์ เมื่อนำมาจำแนกซีโรทัยป์และทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะพบว่าสามารถจำแนกซัลโมเนลล่าได้ทั้งหมด 51 ซีโรทัยป์ โดยพบซีโรทัยป์สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ S. Typhimurium (group B) ร้อยละ 13 S. Weltevreden (group E) ร้อยละ 13 S. Anatum (group E) ร้อยละ 10 เป้นต้น ซีโรทัยป์ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดที่พบบ่อยที่สุดได้แก่ S. Choleraesuis (33%) S. Typhimurium (28%) S. Enteritidis (17%) และ S. Typhi (13%) และซีโรทัยป์เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงในผู้ป่วยที่พบได้บ่อยที่สุดคือ S. Weltevreden (group E) ร้อยละ 14 S. Anatum(group E) ร้อยละ 12 S. Typhimurium (group B) ร้อยละ 10 S. Stanley (group B) ร้อยละ 7 S. Rissen (group C) ร้อยละ 7 S. Panama (group D) ร้อยละ 5 และ S. Enteritidis (group D) ร้อยละ 5 จากมากไปน้อยตามลำดับ เชื้อในกลุ่มซีโรทัยป์ที่สามารถเข้าในกระแสเลือดและที่ก่อให้เกิดอุจจาระร่วง มีรูปแบบการดื้อยาคล้ายคลึงกับซีโรทัยป์อื่นที่พบเด่นๆ คือ มีโอกาสดื้อยาในกลุ่ม Tetracyclin (ร้อยละ 57-93) Co-trimoxazole (ร้อยละ 40-79) และ Sulphonamides (ร้อยละ 53-100) มากที่สุด ยกเว้น S. Weltevreden ซึ่งมีอัตราการดื้อยาต่ำต่อยาทุกชนิด (ร้อยละ 0-28) ทุกซีโรทัยป์มีอัตราการดื้อต่อยา Norfloxacin และ Ciprofloxacin ต่ำ(ร้อยละ 0-10) และไม่พบซีโรทัยป์ใดที่ดื้อต่อยา Cefotaxime และ Ceftriaxone สำหรับ S. Typhimurium (group B) และ S. Choleraesuis (group C) มีความชุกสูง มักติดเชื้อเข้ากระแสเลือด และมีอัตราการดื้อต่อยาหลายชนิดค่อนข้างสูง จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปในเรื่องการดื้อยา    

ผู้รับผิดชอบหลัก


 

หน่วยงาน


นางสาวณฐมน เทียนมณี สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ

 พัฒนาจากผลงาน


 การใช้ประโยชน์


ลำดับประเภทการใช้ประโยชน์ผู้ได้รับประโยชน์รายละเอียดการใช้ประโยชน์ระยะเวลา

 รางวัลที่ได้รับ




ฐานข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
http://innovation.dmsc.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่:๒o ก.ย. ๒๕๖๒