ระบบบริหารจัดการองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม V.1.6/2563(Innovation Management System)

923รายการ

องค์ความรู้

คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด

62รายการ

นวัตกรรมและเทคโนโลยี

คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด

1รายการ

ทรัพย์สินทางปัญญา

คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด
ผลงานเด่นที่ได้รับรางวัล (ด้านองค์ความรู้) 40 รางวัล
50% Increase in 150 Days     คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด
ผลงานเด่นที่ได้รับรางวัล (ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี) 1 รางวัล
20% Increase in 300 Days     คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียด

บัญชีนวัตกรรมและเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

หน่วยงานที่สังกัด

รายงานสรุปบัญชีนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์

ลำดับประเภทนวัตกรรมรูปภาพชื่อนวัตกรรม
1 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดทดสอบสารตะกั่วในลิปสติก (เทคนิค color test) ()
ชุดทดสอบสารตะกั่วในลิปสติกที่พัฒนาขึ้นนี้ ใช้สำหรับเป็นเครื่องมือในการตรวจวิเคราะห์หาสารตะกั่วในลิปสติก ซึ่งได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และมีประสิทธิภาพ ได้ผ่านการทดสอบความถูกต้องของวิธี ตามข้อกำหนดการทดสอบความถูกต้องของวิธีสำหรับการตรวจเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) ซึ่งได้ทำการตรวจทั้ง 4 หัวข้อ คือ การหาปริมาณต่ำสุดที่ตรวจพบได้ (Limit of Detection)   ความจำเพาะเจาะจง (Specificity)  การศึกษาความคงสภาพของน้ำยาทดสอบ (Stability)   
2 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดทดสอบสารปรอทในเครื่องสำอาง (เทคนิค color test) ()
-      
3 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดน้ำยาตรวจเชื้อสเต๊พโตคอกคัส ซูอีส ด้วยเทคนิค เรียล ไทม์ พี ซี อาร์ ()
-      
4 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดทดสอบ DMSc alpha-thal 1 ()
เป็นนวัตกรรมแรกของประเทศไทยและของโลกที่นำเทคนิค Real Time PCR มาประยุกต์ใช้ในการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของยีน alpha-thalassemia 1 ที่สามารถตรวจได้ครบทั้งสองชนิดที่มีรายงานในประชากรไทย คือ ชนิด SEA (Southeast Asia) และชนิด Thai เพื่อประเมินความเสี่ยงหญิงตั้งครรภ์และสามีในการมีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง Hb Bart s Hydrops Fetalis ทารกมีอาการซีด บวม และเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือไม่กี่ชั่วโมงหลังคลอด ส่วนหญิงที่ตั้งครรภ์บุตรเป็นโรค Hb Bart’s Hydrops Fetalis จะมีอาการครรภ์เป็นพิษ บวม ความดันเลือดสูง มีอาการคลอดผิดปกติ ตกเลือดหลังคลอด หากอาการรุนแรงมากและไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที จะมีโอกาสเสียชีวิตได้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีความน่าเชื่อถือและรวดเร็วทันเวลา เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์กลุ่มนี้ได้อย่างทันท่วงที             
5 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดทดสอบ DMSc alpha-thal 1 plus ()
เป็นชุดทดสอบที่พัฒนาต่อยอดจากชุดทดสอบ DMSc alpha-thal 1 ซึ่งไม่สามารถใช้งานกับเครื่อง Real Time PCR รุ่นใหม่ได้ เนื่องจากระบบตรวจวัดสัญญาณสีฟลูออเรสเซนต์ของเครื่องรุ่นใหม่กับสีฟลูออเรสเซนต์ของ Probe ในชุดทดสอบ DMSc alpha-thal 1 ต่างกัน       
6 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดทดสอบเมทานอลในผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ (DMSc MtTek Test Kit)
ผู้ผลิตบางรายใช้แอลกอฮอล์ชนิดเมทิลแอลกอฮอล์ หรือเมทานอลเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ ซึ่งเมทานอลมีอันตรายร้ายแรง กรมจึงพัฒนาการตรวจหาเมทานอลเป็นชุดทดสอบเมทานอล หรือ DMSc MtTek Test Kit ซึ่งมีวิธีใช้ง่ายและทราบผลภายใน 2 นาที ความไวของชุดทดสอบคือปริมาณต่ำสุดที่ตรวจพบได้ในผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ คือ เมทานอลร้อยละ 2 โดยชุดทดสอบนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว ช่วยคุ้มครองผู้บริโภคให้มีความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ  
7 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดทดสอบพาราควอตในตัวอย่างผักและผลไม้ ()
จากการที่ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการกินสารเคมีทางการเกษตรพาราควอต และการตรวจพิสูจน์เพื่อหาสารพาราควอตไม่ทันต่อเหตุการณ์ กรมจึงได้พัฒนาชุดทดสอบพาราควอตที่มีขั้นตอนการทดสอบเพียงขั้นตอนเดียว และมีรูปแบบที่เป็นแคปซูลซึ่งสะดวกต่อการใช้งาน สามารถอ่านผลได้อย่างรวดเร็วภายในเวลา 5 นาที ชุดทดสอบที่พัฒนาขึ้นใหม่สามารถตรวจระดับของพาราควอตในตัวอย่างน้ำและตัวอย่างของผู้ป่วยที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.7 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป เพื่อใช้ตรวจผู้ป่วยในโรงพยาบาล ซึ่งใช้ง่ายและสะดวก ไม่ต้องมีเครื่องมือพิเศษใด ๆ  
8 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดทดสอบคัดกรองสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่ม Organophosphates และ Carbamates ผักและผลไม้ (M kit) ()
ช่วยตรวจคัดกรองเบื้องต้น ในส่วนของการปนเปื้อน สารฆ่าแมลงตกค้างในผักสดและผลไม้สดของห้องปฏิบัติการทดสอบสารพิษตกค้างในผักสด ผลไม้สดทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการควบคุมคุณภาพความปลอดภัยผักสดและผลไม้สดที่ได้รับ จากผู้ผลิต/ตลาดค้าส่ง ก่อนวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งที่นำไปใช้ประกอบอาหาร เช่น ภัตตาคาร ร้านอาหาร รวมทั้งหน่วยโภชนาการของโรงพยาบาลต่างๆ เป็นต้น ส่งผลให้ผู้บริโภคในประเทศได้บริโภคผักสดและผลไม้สดที่มีความปลอดภัย โดยมีการปนเปื้อนในระดับที่ยอมรับได้  
9 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดทดสอบเบื้องต้นกัญชาด้วยเทคนิคการเกิดสี (Cannabis Rapid Test) ()
พัฒนาชุดทดสอบอย่างง่าย สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์กัญชาเบื้องต้นว่ามีส่วนผสมของสารกลุ่มแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในพืชกัญชา ได้แก่ THC CBD และ CBN อยู่ในผลิตภัณฑ์หรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางห้องปฏิบัติการหรือผู้ที่มีความชำนาญ ในการทดสอบและให้ผลแม่นยำภายใน 5 นาที ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ในการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนได้รับยาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย  
10 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย ชุดตรวจสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 DMSc COVID-19 Realtime RT-PCR Kit ()
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด วิจัยพัฒนาชุดทดสอบ RT-PCR KIT หรือ DMSc-COVID-19 ซึ่งวิธีการตรวจแบบ Real-time RT PCR เป็นวิธีที่องค์การอนามัยโลกให้การแนะนำและรับรองว่าเป็นวิธีมาตรฐาน ที่มีความไว ความจำเพาะสูง สามารถตรวจจับเชื้อไวรัสปริมาณน้อยๆ ในรูปแบบของสารพันธุกรรม ไม่ว่าจะเชื้อเป็นหรือเชื้อตาย โดยตรวจจากสารคัดหลั่งทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างของผู้สงสัยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รู้ผลภายใน 3-5 ชั่วโมง      
11 ชุดทดสอบ/น้ำยาทดสอบ/น้ำยาตรวจวินิจฉัย การวิจัยและพัฒนาชุดทดสอบตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสซิกา (Development of Zika virus antibody detection kit by Immunochromatography)
โรคติดเชื้อไวรัสซิกา เป็นโรคติดต่อสู่คนโดยมียุงลายเป็นพาหะ นอกจากนี้สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเชื้อจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ ทำให้เกิดภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิดในทารกแรกคลอด อาจพบอาการกิลแลงบาร์เรและโรคทางระบบประสาทอื่นๆ ด้วย การตรวจภูมิคุ้มกันในกลุ่มผู้ป่วยดังกล่าว สามารถช่วยยืนยันสาเหตุการติดเชื้อได้ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินคุณภาพชุดตรวจแอนติบอดี IgM และ IgG ต่อเชื้อไวรัสซิกา ด้วยหลักการ Immunochromatography โดยใช้โปรตีน NS1 เป็น Test line ส่วน Conjugate ใช้ anti Human Immunoglobulin IgM และ Protein A ในการตรวจ IgM และ IgG ตามลำดับ และนำชุดตรวจที่พัฒนาขึ้นมาศึกษาเพื่อประเมินคุณภาพเปรียบเทียบกับ rapid commercial kit โดยใช้ตัวอย่างซีรัมบวกและลบที่ตรวจยืนยันโดย ELISA ในการประเมินชุดตรวจ Zika IgM จำนวน 225 ราย และ Zika IgG 153 ราย พบว่าชุด Zika IgM ที่พัฒนาขึ้นนี้มีความไว (37/37) 100% ความจำเพาะ (183/188) 97.34% ในขณะที่ rapid commercial kit มีความไว (37/37) 100% ความจำเพาะ(122/188) 64.89% และ ชุด Zika IgG ที่พัฒนาขึ้นมีความไว (86/101) 85.15% ความจำเพาะ (52/52) 100% ในขณะที่ชุด commercial test kit มีความไว (12/101) 11.88% ความจำเพาะ (52/52) 100% นอกจากนี้พบว่าชุด Zika IgM และ Zika IgG เกิดปฎิกิริยาข้ามกับซีรั่ม Dengue IgM  JE IgM และDengue IgG เท่ากับ (3/43) 6.97%  (1/12) 8.33% และ (10/33) 30.3% ตามลำดับ ผลการประเมินคุณภาพแสดงให้เห็นว่าชุดตรวจนี้มีศักยภาพในการนำไปใช้ตรวจคัดกรองแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสซิกา เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคได้ต่อไป              
12 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย การถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของเชื้อ 2019-CoV ด้วยเทคนิค Next-generation sequencing สู่การพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัย ()
เพื่อนำไปสู่ผลการตรวจที่ถูกต้อง และขยายขีดความสามารถสู่ห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศ รู้ผลการตรวจรวดเร็ว สนับสนุนการควบคุมและป้องกันโรคภายในประเทศ    
13 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย การประเมินประสิทธิภาพชุดทดสอบแบบตรวจหาแอนติบอดีทางน้ำเหลืองวิทยาของเชื้อ SARS-CoV-2 (COVID-19) ()
เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของชุดตรวจ COVID-19 แบบรวดเร็ว ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยว่าเป็นไปตามเอกสารที่ผู้ประกอบการได้ยื่นแสดงต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อขออนุญาตนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย    
14 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย การตรวจ COVID-19 ด้วยตัวอย่างน้ำลาย (Deep Throat Saliva) แบบรวมตัวอย่าง (Deep Throat Saliva Pool Sample)
กรมพัฒนาการใช้ตัวอย่างน้ำลายในการตรวจ COVID-19 เพื่อใช้ในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องทำการตรวจคัดกรองคนจำนวนมาก เนื่องจากกระบวนการเก็บใช้เวลาไม่นาน ผู้ป่วยเก็บตัวอย่างได้เอง และอุปกรณ์ในการเก็บหาได้ง่าย ราคาไม่แพง โดยการเก็บตัวอย่างน้ำลายจากส่วนลึกของลำคอ        
15 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย วิธีการตรวจประเมินประสิทธิภาพเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ ()
คิดค้นวิธีการตรวจความแม่นยำในการวิเคราะห์สัญญาณคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และความแม่นยำในการวิเคราะห์พลังงานไฟฟ้าที่ทำการ SHOCK เพื่อให้เครื่อง AED มีความพร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ    
16 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย วิธีการตรวจวิเคราะห์ยาชีววัตถโมโนโคลนอลแอนติบอดี ชนิด Tratuzumab ()
Biopharmaceutical products เป็นยาที่ผลิตโดยเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ผลิตโดยเทคโนโลยีชีวภาพ (Recombinant-DNA derived products) เช่นยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี ฮอร์โมน เอ็นไซม์ และอื่นๆ เนื่องจากให้ผลการรักษาได้อย่างจำเพาะกับโรค เช่น มะเร็ง การสร้างเม็ดเลือด รูมาตอยด์ ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นยานำเข้าซึ่งมีราคาสูง แต่เนื่องจากการผลิตยา biopharmaceutical สามารถสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมในประเทศผู้ผลิตอย่างสูง จึงทำให้ประเทศที่มีศักยภาพพยายามตั้งเป้าที่จะผลิตยากลุ่มนี้ออกมาในหลากหลายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งประเทศไทยที่อุตสาหกรรมด้านนี้มีการพัฒนาและมีแนวโน้มเติบโตอย่างสูงในอีก 20 ปีข้างหน้า กรมจึงได้วิธีการตรวจวิเคราะห์ยาชีววัตถโมโนโคลนอลแอนติบอดี ชนิด Tratuzumab ซึ่งใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก เพื่อเป็นมาตรฐานในการกำกับความปลอดภัยในการใช้ยาดังกล่าวภายในประเทศต่อไป  
17 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย วิธีการตรวจวิเคราะห์ยาชีววัตถุชนิด interferon beta-1a ()
Biopharmaceutical products เป็นยาที่ผลิตโดยเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ผลิตโดยเทคโนโลยีชีวภาพ (Recombinant-DNA derived products) เช่นยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี ฮอร์โมน เอ็นไซม์ และอื่นๆ เนื่องจากให้ผลการรักษาได้อย่างจำเพาะกับโรค เช่น มะเร็ง การสร้างเม็ดเลือด รูมาตอยด์ ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นยานำเข้าซึ่งมีราคาสูง แต่เนื่องจากการผลิตยา biopharmaceutical สามารถสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมในประเทศผู้ผลิตอย่างสูง จึงทำให้ประเทศที่มีศักยภาพพยายามตั้งเป้าที่จะผลิตยากลุ่มนี้ออกมาในหลากหลายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งประเทศไทยที่อุตสาหกรรมด้านนี้มีการพัฒนาและมีแนวโน้มเติบโตอย่างสูงในอีก 20 ปีข้างหน้า กรมจึงได้พัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์ยาชีววัตถุชนิด interferon beta-1a ซึ่งเป็นยาที่ใช้เพื่อการรักษาโรคไวรัส เช่น ไวรัสตับอักเสบบีและโรคไวรัสตับอักเสบซีชนิดเรื้อรัง เป็นต้น โดยยาอินเตอร์เฟอรอนมีผลทั้งฆ่าไวรัสและควบคุมระดับภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของผู้ป่วย เพื่อเป็นมาตรฐานในการกำกับความปลอดภัยในการใช้ยาดังกล่าวภายในประเทศต่อไป    
18 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย ข้อกำหนดทางเคมีของรากช้าพลู ()
    
19 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย การตรวจสอบคุณภาพเซลล์ต้นกำเนิด ()
วิธีการตรวจสอบคุณภาพของเซลล์ต้นกำเนิด เพื่อความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วย ครอบคลุมการตรวจสอบคุณภาพ 4 กลุ่ม ตามข้อกำหนดสากล GMP และ INDs ได้แก่ - การทดสอบการปนเปื้อนจุลชีพประกอบด้วยการเพาะเชื้อจุลชีพโดยตรง (Sterility Test) ครอบคลุมทั้ง Aerobic Bacteria  Anaerobic Bacteria และ Fungus และการตรวจหาการปนเปื้อนเชื้อ Mycoplasma โดยวิธี PCR - การทดสอบความบริสุทธิ์ ปราศจากการปนเปื้อน Endotoxin - การทดสอบคุณสมบัติเฉพาะของเซลล์ต้นกำเนิด โดยการทดสอบ CD Marker บนผิวเซลล์ ซึ่งเซลล์ต้นกำเนิดแต่ละชนิดมีการแสดงออกของแอนติเจนบนผิวเซลล์แตกต่างกัน - การทดสอบ Potency โดยวิธี Colony Forming Unit และการทดสอบความสามารถของเซลล์ในการ Differentiation และการทดสอบ Viability  
20 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย การตรวจกลุ่มอาการดาวน์ โดยเทคนิค Molecular Karyotyping ()
เทคนิค Molecular Karyotyping สามารถตรวจวินิจฉัยตัวอย่างทารกในครรภ์ โดยไม่ต้องเพาะเลี้ยงเซลล์ การวิเคราะห์และอ่านผลทำโดยเครื่องอัตโนมัติ ทราบผลรวดเร็วภายใน 2 วัน สามารถตรวจความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมคู่ที่ 21 และโครโมโซมคู่อื่นที่พบความผิดปกติบ่อย ได้แก่ 18  13  X และ Y รวมถึงการตรวจพบ microdeletion และ microduplication ซึ่งเป็นข้อดีอีกประการที่เหนือกว่าวิธีมาตรฐาน (Conventional Karyotyping)  
21 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย การศึกษาระดับฮีโมโกลบิน A2 ในผู้ป่วยพาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้าที่มีพาหะธาลัสซีเมียชนิดอัลฟ่าร่วม ( The level of Hemoglobin A2 of double heterozygous a –thalassemia / b- thalassemia ()
ภาวะ Hydrops Fetalis เป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่สุด ทำให้เกิดครรภ์เป็นพิษ มารดาเสียชีวิตถ้ารักษาไม่ทันและเด็กมักเสียชีวิตในครรภ์หรือตายหลังคลอดไม่นาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ นโยบายธาลัสซีเมียแห่งชาติจึงกำหนดให้ตรวจหายีนของพาหะธาลัสซีเมียชนิด a0 ในคู่สามีภรรยาที่เสี่ยงต่อการมีบุตร Hydrop Fetalis ทุกคู่ ดังน้นการคัดเลือกคู่เสี่ยงจึงมีความสำคัญ จำเป็นต้องคัดเลือกได้อย่างถูกต้อง ปัญหาการไม่ได้วินิจฉัยคู่เสี่ยงพาหะธาลัสซีเมียชนิด a0 ส่วนใหญ่เกิดกับคนไข้ที่เป็นหาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้า จึงทำการศึกษาระดับฮีโมโกลบิน A2 ของผู้ป่วยพาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้าที่เป็นพาหะและไม่เป็นพาหะของธาลัสซีเมียชนิด a0 ทำการตรวจยืนยันด้วยวิธี PCR และนำค่า MCV  MCH  Hemoglobin พิจารณา เพื่อสร้างเกณฑ์คัดเลือกคู่เสี่ยงต่อการมีบุตร Hydrops Fetalis จากการศึกษาพาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้า จำนวน 50 ราย (ฮีโมโกลบิน A2 = 4.1-6.6%) พบผู้ป่วย 2 ราย(ฮีโมโกลบิน A2 = 5.6% และ 6.1% ) ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียชนิด a0 คิดเป็น 4 % โดยผล Hemoglobin MCV MCH RDW ของผู้ป่วยไม่แตกต่างกันจากกลุ่มที่ไม่มีพาหะธาลัสซีเมียชนิด a0 ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเด็กภาวะ Hydrops Fetalis จึงควรตรวจ a thal1 PCR ให้กับคู่สมรสพาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้า ทุกราย
22 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย ซีโรทัยป์ของเชื้อซัลโมเนลลาที่แยกได้จากผู้ป่วยในภาคกลางตอนล่าง ()
การศึกษานี้นำเสนอข้อมูลความชุกของซัลโมเนลลาซีโรทัยป์ต่างๆ ที่ก่อโรคในผู้ป่วยเขตภาคกลางตอนล่าง ในช่วงสิงหาคม 2544-ธันวาคม 2548 จากเชื้อซัลโมเนลล่าที่แยกได้จากอุจจาระของผู้ป่วยที่มีอาการอุจจาระร่วง 417 สายพันธุ์ จากเลือดและไขกระดูก 64 สายพันธุ์ และจากแหล่งอื่นๆ ได้แก่ ปัสสาวะ และหนอง จำนวน 8 สายพันธุ์ เมื่อนำมาจำแนกซีโรทัยป์และทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะพบว่าสามารถจำแนกซัลโมเนลล่าได้ทั้งหมด 51 ซีโรทัยป์ โดยพบซีโรทัยป์สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ S. Typhimurium (group B) ร้อยละ 13 S. Weltevreden (group E) ร้อยละ 13 S. Anatum (group E) ร้อยละ 10 เป้นต้น ซีโรทัยป์ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดที่พบบ่อยที่สุดได้แก่ S. Choleraesuis (33%) S. Typhimurium (28%) S. Enteritidis (17%) และ S. Typhi (13%) และซีโรทัยป์เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงในผู้ป่วยที่พบได้บ่อยที่สุดคือ S. Weltevreden (group E) ร้อยละ 14 S. Anatum(group E) ร้อยละ 12 S. Typhimurium (group B) ร้อยละ 10 S. Stanley (group B) ร้อยละ 7 S. Rissen (group C) ร้อยละ 7 S. Panama (group D) ร้อยละ 5 และ S. Enteritidis (group D) ร้อยละ 5 จากมากไปน้อยตามลำดับ เชื้อในกลุ่มซีโรทัยป์ที่สามารถเข้าในกระแสเลือดและที่ก่อให้เกิดอุจจาระร่วง มีรูปแบบการดื้อยาคล้ายคลึงกับซีโรทัยป์อื่นที่พบเด่นๆ คือ มีโอกาสดื้อยาในกลุ่ม Tetracyclin (ร้อยละ 57-93) Co-trimoxazole (ร้อยละ 40-79) และ Sulphonamides (ร้อยละ 53-100) มากที่สุด ยกเว้น S. Weltevreden ซึ่งมีอัตราการดื้อยาต่ำต่อยาทุกชนิด (ร้อยละ 0-28) ทุกซีโรทัยป์มีอัตราการดื้อต่อยา Norfloxacin และ Ciprofloxacin ต่ำ(ร้อยละ 0-10) และไม่พบซีโรทัยป์ใดที่ดื้อต่อยา Cefotaxime และ Ceftriaxone สำหรับ S. Typhimurium (group B) และ S. Choleraesuis (group C) มีความชุกสูง มักติดเชื้อเข้ากระแสเลือด และมีอัตราการดื้อต่อยาหลายชนิดค่อนข้างสูง จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปในเรื่องการดื้อยา    
23 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย Serotypes and antimicrobial resistance of salmonella enterica SSP in central Thailand, 2001-2006 (Serotypes and antimicrobial resistance of salmonella enterica SSP in central Thailand, 2001-2006)
This study was carried out to elucidate the epidemiological trends and antimicrobial susceptibilities against Salmonella serovars among Thai patients and asymptomatic carriers during 2001-2006 in central Thailand. A total of 1 401 human and 260 non-human isolates from various sources were included. The isolates were characterized using serotyping and antimicrobial susceptibility testing. The most common serovars in patients submitting stool samples were S. Weltevreden  S. Stanley  
24 วิธีวิเคราะห์/วิธีทดสอบ/วิธีตรวจวินิจฉัย การตรวจ Molecular subtype ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ()
เป็นนวัตกรรมบริการการตรวจ Molecular Subtype โดยการวิเคราะห์การแสดงออกของยีนที่เหมาะสมต่อมะเร็งเต้านม 50 ยีน สามารถแยกชนิด Luminal A/B  Basal like และ Her2 Enrich และการประเมินความเสี่ยงในการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ใช้เป็นแนวทางให้แพทย์สามารถเลือกยาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายในลักษณะ personalize medicine ลดการใช้ Chemotherapy โดยไม่จำเป็น นับเป็นประโยชน์ในการรักษาและพัฒนาชีวิตผู้ป่วย   
25 วัสดุอ้างอิง DMSc Hb typing control ()
เป็นวัสดุควบคุมคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ชนิดและปริมาณฮีโมโกลบิน สามารถใช้ในการควบคุมคุณภาพภายในห้องปฏิบัติการ และการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการ เป็นประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพการตรวจของห้องปฏิบัติการในประเทศให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดการนำเข้าสินค้าราคาแพงจากต่างประเทศ    
26 เซลส์บำบัด DMSc Stem Plus ()
เป็น Bone Marrow Mononuclear Cells จากไขกระดูก ซึ่งประกอบด้วย เซลล์ต้นกำเนิดหลายชนิดอยู่รวมกัน ได้แก่ Hematopoietic Stem Cells  Mesenchymal Stem Cells และ Endothelial Progenitor Cells สำหรับใช้ในการพัฒนาวิธีรักษาผู้ป่วย     
27 เซลส์บำบัด DMSc Stem Pro ()
เป็นเซลล์ต้นกำเนิดชนิด Mesenchymal Stem Cell ที่เพาะเลี้ยงจากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง โดยวิธีดั้งเดิมที่ใช้ Fetal Bovine Serum สำหรับใช้ในการพัฒนาวิธีรักษาผู้ป่วย     
28 เซลส์บำบัด DMSc Stem Safe ()
เป็นเซลล์ต้นกำเนิดชนิด Mesenchymal Stem Cell ที่เพาะเลี้ยงจากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง โดยใช้อาหารเลี้ยงเซลล์ที่พัฒนาโดยศูนย์เซลล์ต้นกำเนิดและเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่หลีกเลี่ยงการใช้ Fetal Bovine Serum ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สำหรับใช้ในการพัฒนาวิธีรักษาผู้ป่วย   
29 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ serum all in 1 จากสารสกัดมะหาด ()
การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ serum all in 1 จากสารสกัดมะหาดระหว่่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และบริษํท ด๊อกเตอร์ เฮลท์ จำกัดโดยลงนามความร่วมมือเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2561และถ่ายทอดเทคโนโลยีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561      
30 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพที่มีสารสกัดจากใบหม่อนเป็นส่วนประกอบ ()
การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพที่มีสารสกัดจากใบหม่อนเป็นส่วนประกอบโดยลงนาม MOU ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และบริษัท ด๊อกเตอร์ เฮลท์ จำกัด เมื่อเดือนกันยายน 2561 และจะถ่ายทอดเทคโนโลยีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562      
31 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร การศึกษาพิษวิทยาของผลิตภัณฑ์จากผงนัว ()
  
32 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร การศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดจากกระเจี๊ยบเขียว ()
    
33 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร สารปนเปื้นและสารตกค้างในยาสมุนไพร: การควบคุมคุณภาพในตำรายา ()
-    
34 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร สารสกัดจากดอกดาหลาเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ()
สมุนไพรดาหลามีสารกลุ่ม flavonoids และสารกลุ่ม phenolics ซึ่งสามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยของผิว และมีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์อีลาสเตส (elastase) จึงได้พัฒนาสารสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงผิว ต่อต้านการเกิดริ้วรอยของผิว เช่น ผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือจากสารสกัดดอกดาหลา ซึ่งสามารถใช้ล้างมือได้บ่อยครั้ง โดยไม่ทำให้ผิวแห้งและช่วยลดการเกิดริ้วรอย และได้เปิดตัวครั้งแรกในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 17  
35 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพรปรุงรส “พฤกษาพารส” (ผงนัว) ()
ใช้หลักการพัฒนาตำรับและกรรมวิธีการผลิตทางเคมีและเภสัชกรรม เพื่อพัฒนาเป็นตำรับผลิตภัณฑ์สารสกัดสมุนไพรที่ช่วยปรุงรสชาติให้อาหาร มีส่วนประกอบจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ร้อยละ 100 ซึ่งคัดสรรจากใบผักและสมุนไพรอินทรีย์ รวม 12 ชนิด ประกอบด้วยสมุนไพร 5 รสชาติ ตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ได้แก่ รสหวาน รสขม รสจืด รสเผ็ด รสเปรี้ยว รสมัน โดยนำมาผสมตามสัดส่วนที่เหมาะสม แล้วนำมาผลิตและตรวจสอบคุณภาพตามด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ช่วยปรุงรสชาติของอาหารให้กลมกล่อม อีกทั้งมีสารทางพฤกษเคมีต่าง ๆ ซึ่งช่วยบำรุงร่างกาย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากมีวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน และใยอาหารสูง นำมาใช้ทดแทนผงชูรสสำหรับผู้ที่แพ้ผงชูรสที่ผลิตจากโมโนโซเดียมกลูตาเมท เพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่มีคุณภาพและความปลอดภัย   
36 ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากผงนัว (The Development of Herbal Medicines from Pong-Nua)
การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากผงนัว มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมุนไพรเป็นตำรับผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรอบแห้ง ให้อยู่ในรูปสารสกัดที่มีความสะดวกในการบริโภค และมีความทันสมัยน่าใช้มากยิ่งขึ้น โดยการวิจัยได้มีการรวมรวมพืชสมุนไพรพื้นบ้านจากนักพฤกษศาสตร์ จำนวน 12 ชนิด นำมาคัดเลือก ล้าง อบแห้ง บดหยาบ ผสมเป็นสูตรตำรับผงนัวที่กำหนดไว้ จากนั้น นำสมุนไพรผงนัวมาต้มสกัดด้วยน้ำ และทำให้เป็นผงแห้งด้วยเครื่อง spray dry ดำเนินการควบคุมคุณภาพสารสกัดผงนัวทางเคมี คุณค่าทางโภชนาการ การปนเปื้อนโลหะหนัก จุลินทรีย์ และทดสอบความคงสภาพของผลิตภัณฑ์ผงนัวที่อุณหภูมิห้อง รวมทั้งทดสอบความปลอดภัยในการบริโภค โดยการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยง ความเป็นพิษเฉียบพลันและพิษกึ่งเรื้อรังของผลิตภัณฑ์ในสัตว์ทดลอง จากผลการศึกษาพบว่า สมุนไพรผงนัว 150 กิโลกรัม สามารถเตรียมเป็นสารสกัดผงนัวชนิด Spray dry ได้จำนวน 32 กิโลกรัม สารสกัดผงนัวที่เตรียมได้ มีปริมาณความชื้น 4.82% w/w ปริมาณเถ้ารวม 18.08% w/w และปริมาณเถ้าที่ไม่ละลายในกรด 0.75% w/w การปนเปื้อนเชื้อจุลลินทรีย์และโลหะหนักผ่านเกณฑ์ที่กำหนด การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า มีค่ายับยั้งการเจริญของเซลล์ Chang-Liver SV-80 และ HEK-293 ที่ร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 2665.14 1326.42 และ 333.93 ผลการทดสอบพิษเฉียบพลันในสัตว์ทดลอง ไม่พบความผิดปกติทางมหพยาธิวิทยาของหนูในกลุ่มทดสอบเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม และผลการทดสอบความเป็นพิษกึ่งเรื้อรังของผลิตภัณฑ์ในสัตว์ทดลอง ไม่พบการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม น้ำหนักตัวและการกินอาหาร เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับน้ำกลั่น การพัฒนาสูตรตำรับผลิตภัณฑ์ผงนัว โดยนำสารสกัดผงนัวผสมลงในอาหารประเภทแกงจืด และประเภทนึ่ง พบว่าสารสกัดผงนัวเพิ่มรสชาติให้กับอาหารประเภทแกงจืด โดยใช้อัตราส่วนผงนัว 5 กรัม ต่อน้ำแกง 1.2-1.5 ลิตร และอาหารประเภทนึ่ง โดยใช้อัตราส่วนผงนัว 5 กรัม ต่อการหมักเนื้อสัตว์ 500-800 กรัม   
37 กระบวนการอื่นๆ Line กลุ่ม Newborn Connect (Line กลุ่ม Newborn Connect)
-เปิดใช้งาน 10 ม.ค 2562 - ปัจจุบัน -ช่องทางการเชื่อมต่อ หน้าเว็บไซต์ www.neoscreen.go.th ผ่าน QRcode ไลน์กลุ่ม -จำนวนสมาชิก 175 คน -ข้อมูลที่ให้บริการ เช่น ประชาสัมพันธ์งานตรวจคัดกรอง ถามตอบปัญหา  
38 กระบวนการอื่นๆ N 07 15 025 ข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านวิชาการ ตามมาตรฐาน ISO 15189 สาขาเคมีคลินิก ()
  การใช้ประโยชน์ : ใช้เป็นแนวทางการตรวจประเมิน ISO 15189 ด้านวิชาการ สาขาเคมีคลินิก      
39 กระบวนการอื่นๆ ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการแก้ไขข้อบกพร่อง จากการตรวจประเมินห้องปฏิบัติการ ทางการแพทย์ ตามมาตรฐาน ISO 15189 ()
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาการแก้ไขข้อบกพร่องของห้องปฏิบัติการจากการตรวจประเมินความสามารถ ห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐาน ISO 15189 เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลังของห้องปฏิบัติการที่รับการตรวจประเมิน ระหว่างเดือนมกราคม 2553 – ธันวาคม 2556 จำนวน 76 ห้องปฏิบัติการ โดยใช้สถิติ pair t- test และสถิติเชิงวิเคราะห์ด้วย การวิเคราะห์การถดถอยพหุโลจิสติก (Multiple logistic regression) ปัจจัยที่มีผลต่อเวลาแก้ไขข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ได้แก่ จำนวนปีที่ได้รับการรับรองโดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมากกว่าค่าเฉลี่ย 4 ปี จะใช้เวลาแก้ไขข้อบกพร่อง มากกว่าที่ได้รับการรับรองไม่เกิน 4 ปี ถึง 3.67 เท่า โดยใช้เวลา 245 ± 96 วัน และ 189 ± 74 วัน ตามลำดับ และจำนวน ข้อบกพร่องที่ได้รับทั้งหมด หากจำนวนมากกว่าค่าเฉลี่ย 23 ข้อ จะใช้เวลาแก้ไขข้อบกพร่องมากกว่าห้องปฏิบัติการที่ได้ ข้อบกพร่องทั้งหมดไม่เกิน 23 ข้อ โดยใช้เวลา 240 ± 88 วัน และ 181 ± 85 วัน ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ ข้อบกพร่องตามข้อกำหนด ISO 15189 ด้วยการวิเคราะห์การถดถอยพหุโลจิสติก โดยใช้ค่าอ้างอิงกลุ่มจากค่าเฉลี่ย 216 วัน พบปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาแก้ไขข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ 1) ปัจจัยที่ทำให้ใช้เวลาในการแก้ไขข้อบกพร่อง เสร็จเร็วขึ้น ได้แก่ จำนวนข้อบกพร่องข้อ 4.9 เรื่อง การระบุและการควบคุมสิ่งไม่สอดคล้อง และข้อ 4.15 เรื่อง การทบทวน ระบบบริหารจัดการ 2) ปัจจัยที่ทำให้ระยะเวลาแก้ไขข้อบกพร่องนานขึ้น ได้แก่ จำนวนปีที่ได้รับการรับรองที่มากกว่า 4 ปี จำนวนข้อบกพร่องข้อ 4.3 เรื่อง การควบคุมเอกสาร และ ข้อ 4.13 เรื่อง บันทึกด้านคุณภาพและวิชาการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่อง เกี่ยวกับเอกสารและการตรวจสอบระบบคุณภาพ จึงควรนำไปพิจารณากำหนดกิจกรรมในแผนพัฒนาคุณภาพและพิจารณา กำหนดเกณฑ์การตรวจติดตามระบบคุณภาพไว้ในแผนการตรวจติดตามระบบคุณภาพประจำปี เพื่อธำรงรักษาระบบคุณภาพ ห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากลไว้ตลอดไป    
40 กระบวนการอื่นๆ หนังสือ สธ 15189:2556 แนวทางการพัฒนาคุณภาพและความสามารถสู่ระดับสากล Guideline for quality and competence development complying to international standard ()
-      
41 กระบวนการอื่นๆ หนังสือ สธ 15190:2556 ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ Medical laboratories-Requirements for safety ()
-      
42 กระบวนการอื่นๆ หนังสือ สธ 19011: 2556 แนวทางตรวจประเมินระบบบริหารคุณภาพและ/หรือสิ่งแวดล้อม Guidelinefor quality and/or environmental management systems auditing ()
-      
43 กระบวนการอื่นๆ หนังสือเงื่อนไขข้อกำหนดสมาชิกการประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ ปีงบประมาณ 2560 ()
-    
44 กระบวนการอื่นๆ หนังสือนโยบายข้อกำหนดและเงื่อนไข การรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการของสถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ()
นโยบาย ข้อกำหนดและเงื่อนไข แก้ไขปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันเพื่อยกระดับมาตรฐานโดยเพิ่มข้อกำหนดให้ใกล้เคียงมาตรฐานสากล ISO 15189 มากขึ้น และเพิ่มเนื้อหาสาระสำคัญซึ่งการปรับปรุงแก้ไขเอกสาร ฉบับนี้ขึ้นเพื่อให้สถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานฯ ไปแนวทางเดียวกัน      
45 กระบวนการอื่นๆ หนังสือประมวลผลข้อบกพร่องและข้อสังเกตของห้องปฏิบัติการของสถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ()
การประมวลข้อบกพร่องและข้อสังเกตุของห้องปฏิบัติการของสถานพยาบาลตรวจสุขภาพคนหางานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ที่ผ่านการรับรองความสามรถจากคณะกรรมการการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ้านการแพทย์ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อให้ห้องปฏิบัติการดังกล่าวได้ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาความสามารถห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว      
46 กระบวนการอื่นๆ เอกสารคู่มือ GLP Compliance Monitoring Programme Manual ()
-    
47 กระบวนการอื่นๆ BLQS Disc:2016 (BLQS Disc:2016)
เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารวิชาการเกี่ยวกับคุณภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และสาธารณสุข  ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก      
48 กระบวนการอื่นๆ การประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์โดยองค์กรภายนอก สาขาภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก รายการทดสอบ ซิฟิลิส ()
-    
49 กระบวนการอื่นๆ การประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์โดยองค์กรภายนอก สาขาภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก รายการทดสอบ Thyroid Function Test (FT3,FT4,TSH,T3,T4) ()
-    
50 กระบวนการอื่นๆ ปัจจัยที่มีผลต่อจำนวนข้อบกพร่องที่ได้รับจากการตรวจประเมินความปลอดภัยห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ตามมาตรฐาน ISO 15190:2004 ()
-    
51 กระบวนการอื่นๆ การประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์สาขาโลหิตวิทยา ชนิดของเซลล์เม็ดเลือดโดยภาพถ่าย External Quality Assessment in Blood Picture ()
-    
52 กระบวนการอื่นๆ การประเมินคุณภาพโดยองค์กรภายนอกของตะกอนปัสสาวะระหว่างปี2555 ถึง 2559 External Quality Assessment for Urine Sediment Photograph during 2012 to 2016 ()
-      
53 กระบวนการอื่นๆ ระบบบริหารพัสดุ ()
ใช้งานช่วง 2550-2552 แล้วหยุดใช้งาน เนื่องจากนโยบายผู้บริหารได้รับการปรับปรุงล่าสุด 2554 แล้วเปลี่ยนระบบใหม่      
54 กระบวนการอื่นๆ ระบบควบคุมเอกสารคุณภาพ ((DocControl))
โดยสามารถรองรับกิจกรรมตามข้อกำหนดคุณภาพ ISO/IEC 17025 และ ISO 15189 รวมถึงการรายงาน แบบฟอร์มต่างๆ ที่อยู่ในระบบคุณภาพ   ใช้ภายในองค์กร ได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันทุกปี   
55 กระบวนการอื่นๆ ระบบการจัดการเอกสารคุณภาพ ((Doc-IS))
ใช้ภายในองค์กร -พัฒนาต่อยอดเพื่อลดการใช้กระดาษ (half-paper less system)        
56 กระบวนการอื่นๆ พัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวตามพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระยะที่สอง ()
-    
57 กระบวนการอื่นๆ ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง (EQAS for Tomur markers ) ()
-    
58 กระบวนการอื่นๆ ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ การตรวจแถบทดสอบปัสสาวะ ( EQAS for Urine strip Test) ()
-    
59 กระบวนการอื่นๆ ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ การทดสอบความเข้ากันได้ของโลหิต ( EQAS for Compatibility Test) ()
-    
60 กระบวนการอื่นๆ ประเมินคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ การวินิจฉัยเชื้อราเบื้องต้น (EQAS for Basic Fungus photo survey) ()
-    
61 กระบวนการอื่นๆ การวางระบบตรวจสอบขึ้นทะเบียนหน่วยงานทดสอบหรือวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งไม่ได้ทดลองในคน ()
-    
62 กระบวนการอื่นๆ สภาพปัญหาและการพัฒนาองค์กรทดสอบหรือศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ได้รับการตรวจสอบขึ้นทะเบียนตามหลักการ OECD GLP ()
        
ลำดับประเภทนวัตกรรมรูปภาพชื่อนวัตกรรม

รายงานสรุปนวัตกรรมและเทคโนโลยี Group by โดยแยกตาม..ประเภทนวัตกรรม

Pie Chart

รายงานสรุปนวัตกรรมและเทคโนโลยี Group by ปีงบประมาณ

Chart

รายงานสรุป นวัตกรรมและเทคโนโลยี Group by หน่วยงาน

Pie Chart

รายงานสรุปนวัตกรรมและเทคโนโลยี Group by ประเภทผลผลิต

สรุปจำนวนนวัตกรรมและเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ลำดับประเภทจำนวน
1 นวัตกรรม 58
2 เทคโนโลยี 4
รวม62

Pie Chart

ดูทั้งหมด? 
ประเภทข่าวประชาสัมพันธ์   
Error Query [SELECT * FROM DetailNews WHERE APPROVE='on' and GroupID= ORDER BY GroupID,ROW]