กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
Department of Medical Sciences
   
         
   

นวัตกรรมและเทคโนโลยี
      นวัตกรรมบริการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ทารกก่อนคลอดแบบไร้รอยต่อด้วยระบบ Logistic (ภาษาไทย),นวัตกรรมบริการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ทารกก่อนคลอดแบบไร้รอยต่อด้วยระบบ Logistic (ภาษาอังกฤษ)

รายละเอียด


กลุ่มอาการดาวน์ เป็นโรคทางพันธุกรรม ที่เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของประเทศและของโลกอย่างยาวนาน เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม พบได้บ่อยที่สุดคือมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 โครโมโซม แต่ละปีประเทศไทยจะมีทารกเกิดใหม่ที่เป็นกลุ่มอาการดาวน์ประมาณ 1 000 ราย ปัญหาสำคัญคือทุกรายมีระดับสติปัญญาด้อยกว่าปกติ มีพัฒนาการล่าช้า มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและเลี้ยงดูตลอดชีวิตมากกว่าปกติเฉลี่ยประมาณ 2.5 ล้านบาทต่อคน วิธีป้องกันทารกกลุ่มอาการดาวน์รายใหม่คือให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองทางห้องปฏิบัติการ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้มอบหมายให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ จัดบริการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ด้วยวิธี Quadruple test ศูนย์ ฯ จึงได้ดำเนินการพัฒนา“นวัตกรรมบริการตรวจคัดกรองแบบไร้รอยต่อด้วยระบบ Logistic” เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ เข้าถึงบริการตรวจคัดกรองที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ครอบคลุม ทั่วถึง เท่าเทียม เสมอภาค และจัดระบบรับตัวอย่างด้วย Logistic ตรวจวิเคราะห์ รายงานผลผ่านระบบ web report ให้กับโรงพยาบาลที่เจาะเลือดทั่วประเทศ ภายใน 7 วันทำการ ผลจากการดำเนินงาน ระหว่างเดือนกันยายน พ.ศ.2561 ถึง มิถุนายน พ.ศ.2562 มีตัวอย่างจากโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวน222 แห่ง 31 จังหวัดครอบคลุมทุกภาคของประเทศ รวม 3 676 ราย จำแนกเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไปและต่ำกว่า 35 ปี จำนวน 3    

ผู้รับผิดชอบหลัก


 

หน่วยงาน


นายไตรทศ ขันศิริ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์

 พัฒนาจากผลงาน


 การใช้ประโยชน์


ลำดับประเภทการใช้ประโยชน์ผู้ได้รับประโยชน์รายละเอียดการใช้ประโยชน์ระยะเวลา
1 การใช้ประโยชน์เชิงการแพทย์และสาธารณสุข หญิงตั้งครรภ์และโรงพยาบาลส่งตัวอย่างตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ทั่วประเทศ ผลจากการพัฒนา “นวัตกรรมบริการตรวจคัดกรองแบบไร้รอยต่อด้วยระบบ Logistic” สามารถจัดระบบ Logistic รับตัวอย่างในโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลางในการเก็บรวบรวมตัวอย่างประจำจังหวัด มายังห้องปฏิบัติการของศูนย์ฯ เพื่อตรวจวิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยง และรายงานผลทาง web report ได้ ภายใน 7 วันนับจากวันที่ Logistic เข้ารับตัวอย่าง แสดงดังภาพที่ 1 การดำเนินงานระหว่างเดือนกันยายน พ.ศ.2561 ถึง มิถุนายน พ.ศ.2562 มีตัวอย่างจากโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวน 222 แห่ง 31 จังหวัด รวม 3,676 ราย จำแนกเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไปและต่ำกว่า 35 ปี จำนวน 3,496 และ 180 ราย ผลประเมินพบมีความเสี่ยงสูง จำนวน 872 และ 7 ราย คิดเป็นร้อยละ 24.9 และ 3.9 ตามลำดับ แสดงดังภาพที่ 2 จากข้อมูลเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายและภาระงานในการเจาะน้ำคร่ำตรวจยืนยันในหญิงตั้งครรภ์อายุ 35 ปีขึ้นไป มากถึงร้อยละ 75 การตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ในหญิงตั้งครรภ์ด้วยวิธี Quadruple test ถือว่าเป็นวิธีการตรวจที่ดีที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นช่วงอายุครรภ์ที่สารชีวเคมีทั้ง 4 ชนิด มีการเปลี่ยนแปลงตามอายุครรภ์และมีระดับที่แตกต่างกันระหว่างการปกติและการตั้งครรภ์ทารกกลุ่มอาการดาวน์ค่อนข้างชัดเจนกว่าช่วงอายุครรภ์อื่น อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญที่มีผลต่อการประเมินความเสี่ยงถูกต้อง นอกจากผลการตรวจสารชีวเคมี ยังประกอบด้วย ประวัติหญิงตั้งครรภ์ อายุจริงหญิงตั้งครรภ์ ข้อมูลอายุครรภ์ที่ถูกต้องจากการตรวจด้วยการ Ultrasound และการจัดเก็บ การควบคุมอุณหภูมิ การนำส่งตัวอย่างโดยเร็วเพื่อป้องกันการเกิดผลบวกลวง (False Positive) ซึ่งจะทำให้หญิงตั้งครรภ์ต้องเจาะน้ำคร่ำโดยไม่จำเป็นสูงขึ้น การพัฒนานวัตกรรมดังกล่าว ถือเป็นต้นแบบ “นวัตกรรมงานบริการเชิงรุกจุดเดียวแบบไร้รอยต่อ” ของภาครัฐ ทำให้รัฐประหยัดงบลงทุน เกิดความคุ้มค่า ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการในโรงพยาบาลทุกแห่ง นอกจากนี้ยังทำให้มีข้อมูลเป็น Big Data เพื่อก้าวสู่การแพทย์แม่นยำ การป้องกันทารกกลุ่มอาการดาวน์ให้มีประสิทธิภาพต้องอาศัยความร่วมมือในการพัฒนาและวางระบบจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะส่งผลให้คนไทยมีคุณภาพ ประเทศมีความก้าวหน้าสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ต่อไป เริ่ม: 3 พ.ย. 2563 สิ้นสุด: 3 พ.ย. 2563

 รางวัลที่ได้รับ




ฐานข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
http://innovation.dmsc.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่:๑o เม.ย. ๒๕๖๔