กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
Department of Medical Sciences

ทะเบียนองค์ความรู้
การพัฒนาการตรวจเอกลักษณ์สำหรับเภสัชภัณฑ์ Streptokinase โดยวิธี SDS-PAGE/Western Blot เพื่อทดแทนวิธีวิเคราะห์ตามเภสัชตำรับ   (ภาษาไทย)
Method development for identification of streptokinase in pharmaceutical formulation by SDS-PAGE/Western Blot as an Alternative to pharmacopoeia Method   (ภาษาอังกฤษ)

หน่วยงาน


สำนักยาและวัตถุเสพติด

ระยะเวลาในการดำเนินการ


 

งบประมาณ


เริ่มวันที่:1 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2555 จนถึงวันที่: 30 เดือน กันยายน พ.ศ. 2556 รวม:1 ปี จำนวนเงิน:0.00 บาท

 รายชื่อผู้ร่วมดำเนินการ


ลำดับชื่อ-นามสกุลตำแหน่งในโครงการ
1 นางสาวบุญฑริกา บุญญาภิวัฒน์ หัวหน้าโครงการ
2 นางสาวญานิกา รัตนสุวรรณ ผู้ร่วมวิจัย

 บทคัดย่อ


Streptokinase ใช้ในการรักษาโรคหลอดเลือดอุดตัน เช่น โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน (Stroke) เนื่องจากในปัจจุบันยา streptokinase มีราคาสูง จึงมีการลักลอบนำเข้ามาใช้ในประเทศแบบผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 บทลงโทษผู้กระทำผิดจะทำได้เมื่อมีการพิสูจน์ได้ว่าของกลางคือยา ดังนั้นการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ยา streptokinase จึงมีความสำคัญในกระบวนการพิสูจน์หลักฐานวิธีการตรวจเอกลักษณ์ยา streptokinase ในเภสัชตำรับสากลจำเป็นต้องใช้พลาสม่าจากสัตว์ทดลอง ซึ่งขัดแย้งกับการพยายามลดการใช้สัตว์ทดลองในการตรวจวิเคราะห์ยาซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับและถือปฏิบัติทั่วโลก การศึกษานี้จึงมีเป้าหมายในการพัฒนาวิธีการตรวจเอกลักษณ์ยา streptokinase โดยวิธี sodium dodecyl sulfate-polyacrylamide gel electrophoresis (SDS-PAGE) ร่วมกับวิธี Western Blot เพื่อทดแทนวิธีตามเภสัชตำรับสากลการศึกษาความถูกต้องของวิธีวิเคราะห์มีการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่มีผลต่อวิธีวิเคราะห์ เช่น ความเข้มข้นของแอนติบอดีทั้งชนิดปฐมภูมิและทุติยภูมิระยะเวลาการบ่ม และปริมาณต่ำสุดของ streptokinase ที่สามารถตรวจพบในสารมาตรฐานและในเภสัชภัณฑ์ จากการศึกษาพบว่าความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับแอนติบอดีชนิดปฐมภูมิและทุติยภูมิคือ 7.5 × 10-3 และ 2 × 10-3 mg/ml ตามลำดับ โดยมีระยะเวลาที่เหมาะสม ในการบ่มสำหรับแอนติบอดีทั้งสองชนิดที่ 1 ชั่วโมง ปริมาณ streptokinase ต่ำสุดที่ตรวจพบในสารมาตรฐานและในเภสัชภัณฑ์คือที่ความเข้มข้น 0.5 and 20 IU/ml ตามลำดับ นอกจากนี้ในการศึกษาพบว่าอัลบูมินที่ใส่ในเภสัชภัณฑ์ยา streptokinase เพื่อเป็นสารทำให้ตำรับคงตัวไม่รบกวนวิธีวิเคราะห์ดังกล่าว ผลจากการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าวิธีวิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้นเป็นวิธีที่เชื่อถือได้สามารถนำไปใช้ในการตรวจเอกลักษณ์ยา streptokinase ในเภสัชภัณฑ์ได้          

 การเผยแพร่


ลำดับกิจกรรมรายละเอียดระยะเวลา
1 ตีพิมพ์ผ่านบทความทางวิชาการ ว กรมวิทย พ 56(4):171-183 เริ่ม: 1 ต.ค. 2556 สิ้นสุด: 30 ก.ย. 2557

 รางวัลที่ได้รับ




ฐานข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
http://innovation.dmsc.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่:๑๘ ต.ค. ๒๕๖๔