กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
Department of Medical Sciences

ทะเบียนองค์ความรู้
การศึกษาพิษกึ่งเฉียบพลันของสารสกัดกระทือ   (ภาษาไทย)
Sub-acute toxicity study of Zingiber zerumbet (L.) Sm. extract   (ภาษาอังกฤษ)

หน่วยงาน


สถาบันวิจัยสมุนไพร

ระยะเวลาในการดำเนินการ


 

งบประมาณ


เริ่มวันที่:1 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2556 จนถึงวันที่: 30 เดือน กันยายน พ.ศ. 2557 รวม:1 ปี จำนวนเงิน:0.00 บาท

 รายชื่อผู้ร่วมดำเนินการ


ลำดับชื่อ-นามสกุลตำแหน่งในโครงการ
1 นายพรชัย สินเจริญโภไคย หัวหน้าโครงการ

 บทคัดย่อ


ความเป็นมา กระทือ (Zingiber zerumbet (L.) Sm.) เป็นพืชที่มีการใช้เป็นยาพื้นบ้านและผักพื้นบ้านมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน และมีรายงานการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาต่าง ๆ เช่น ฤทธิ์ต้านการเจ็บปวด แก้อักเสบ ลดไข้ ปกป้องเซลล์ตับ บรรเทาอาการแพ้ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านการรวมตัวของเกล็ดเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา และมีฤทธิ์ปกป้องเซลล์ไต เป็นต้น กระทือจึงเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพสูงที่ควรมีการศึกษาทางพิษวิทยาเพื่อเป็นข้อมูลคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมการใช้สมุนไพรกระทือได้อย่างมั่นใจ วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินความปลอดภัยของสารสกัดกระทือในสัตว์ทดลองโดยวิธีการป้อนทางปาก วัสดุและวิธีการ ศึกษาพิษเฉียบพลันของสารสกัดกระทือดำเนินการตาม OECD Guideline  2001 (TG 423) และศึกษาพิษกึ่งเฉียบพลันในหนูแรทพันธุ์วิสตาร์ โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ๆ ละ 24 ตัว (เพศละ 12 ตัว) กลุ่มควบคุมสองกลุ่มได้รับน้ำกลั่นและ 2.5% tween 80 กลุ่มทดลอง 3 กลุ่มได้รับสารสกัดกระทือขนาด 20  200 และ 2000 มก./กก./วัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 28 วัน ตามลำดับ ผลการดำเนินการ การศึกษาพิษเฉียบพลันในหนูถีบจักรที่ได้รับสารสกัดกระทือในขนาด 5 ก./กก. พบว่า สารสกัดกระทือก่อให้เกิดอาการ myoclonic jerks แต่อาการดังกล่าวหายภายหลังจากระยะเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง และไม่มีอาการแสดงอื่นใดอีกจนครบระยะเวลา 14 วัน เมื่อผ่าซากชันสูตรไม่พบความผิดปกติของอวัยวะภายในทางมหพยาธิวิทยาเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ผลการศึกษาพิษกึ่งเฉียบพลัน พบว่า สารสกัดกระทือทุกขนาดไม่มีต่อสุขภาพและการกินอาหาร ผลของสารสกัดกระทือต่อค่าทางโลหิตวิทยาและเคมีคลินิก พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงค่าทางโลหิตวิทยาและค่าเคมีคลินิกของหนูทั้งสองเพศแต่ยังคงอยู่ในช่วงของค่าปกติ ยกเว้น ระดับโปแตสเซียมของหนูเพศผู้กลุ่มที่ได้รับสารสกัดกระทือ ทุกขนาดมีค่าต่ำกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับน้ำกลั่นอย่างมีนัยสำคัญ และหนูเพศเมียที่ได้รับสารสกัดกระทือขนาด 2000 มก./กก./วัน มีระดับค่า ALP ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมทั้งสองอย่างมีนัยสำคัญ ผลการผ่าซากชันสูตรหนูกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่พบความผิดปกติของอวัยวะภายในต่าง ๆ ทางมหพยาธิวิทยา ผลการตรวจอวัยวะภายในทางจุลพยาธิวิทยาแสดงให้เห็นว่า สารสกัดกระทือไม่ก่อให้เกิดรอยโรคที่สัมพันธ์กับขนาดที่ได้รับ วิจารณ์และสรุป สารสกัดกระทือไม่ก่อให้เกิดพิษเฉียบพลันหรือพิษกึ่งเฉียบพลันที่รุนแรงต่อสัตว์ทดลอง อย่างไรก็ตามการรับประทานสารสกัดกระทือไม่ควรรับประทานในขนาดที่สูง ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน และผู้ป่วยที่มีโปแตสเซียมในเลือดต่ำและมีการเต้นของหัวใจผิดปกติไม่ควรรับประทาน      

 การเผยแพร่


ลำดับกิจกรรมรายละเอียดระยะเวลา
1 ร่วมนำเสนอด้วยการพูดในงานวิชาการ - เริ่ม: 30 มิ.ย. 2557 สิ้นสุด: 2 ก.ค. 2557

 รางวัลที่ได้รับ




ฐานข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
http://innovation.dmsc.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่:๒๑ ต.ค. ๒๕๖๔