กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
Department of Medical Sciences

ทะเบียนองค์ความรู้
โครงการบูรณาการอาหารปลอดภัย : คุณภาพและความปลอดภัยของน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทและน้ำแข็ง   (ภาษาไทย)
Food safety : The quality and safety of drinking water in sealed containers and ice.   (ภาษาอังกฤษ)

หน่วยงาน


ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา

ระยะเวลาในการดำเนินการ


 

งบประมาณ


เริ่มวันที่:16 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2561 จนถึงวันที่: 16 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2561 รวม:0 ปี จำนวนเงิน:30,000.00 บาท

 รายชื่อผู้ร่วมดำเนินการ


ลำดับชื่อ-นามสกุลตำแหน่งในโครงการ
1 นางสาวจิราภรณ์ เพชรรักษ์ หัวหน้าโครงการ
2 นางสาวสุภาทินี โสบุญ ผู้ร่วมวิจัย
3 นางสาวกรรณิกา จิตติยศรา ผู้ร่วมวิจัย
4 นางปิยมาศ แจ่มศรี ผู้ร่วมวิจัย
5 นางสาวนงคราญ เรืองประพันธ์ ผู้ร่วมวิจัย
6 นายอุกฤษฎ์ สุกใส ผู้ร่วมวิจัย
7 นางสาวสุวิมล เอี่ยมบู่ ผู้ร่วมวิจัย
8 นางพรทิพย์ ศรีศร ผู้ร่วมวิจัย
9 นางจรรยา บัวบาน ผู้ร่วมวิจัย
10 นางสาววชิราภา เขียวรอด ผู้ร่วมวิจัย
11 นายประเสริฐ หิรัญณรงค์ชัย ผู้ร่วมวิจัย
12 นางสาวกิตติมา ไมตรีประดับศรี ผู้ร่วมวิจัย
13 นางสาวน้อย ทองสกุลพานิชย์ ผู้ร่วมวิจัย
14 นางเกตุ สินเทศ ผู้ร่วมวิจัย
15 นางโชติวรรณ พรทุม ผู้ร่วมวิจัย
16 นางภัทรกานต์ พลทัสสะ ผู้ร่วมวิจัย
17 นางไพริน หาปัญนะ ผู้ร่วมวิจัย
18 นางสาวจรรยารัตน์ พาวขุนทด ผู้ร่วมวิจัย
19 นางสมพร เอมโอษฐ์ ผู้ร่วมวิจัย
20 นางสาวกนกวรรณ เทพเลื่อน ผู้ร่วมวิจัย
21 นางสาวเสาวลักษณ์ รักษ์ยศ ผู้ร่วมวิจัย
22 นางสาวจำรัส พูลเกื้อ ผู้ร่วมวิจัย
23 นางสาวสุจิตร สาขะจร ผู้ร่วมวิจัย
24 นางสุดชฎา ศรประสิทธิ์ ผู้ร่วมวิจัย
25 นางสาวกิ่งแก้ว กาญจนรัตน์ ผู้ร่วมวิจัย
26 นางสาวอรอนงค์ วงษ์เอียด ผู้ร่วมวิจัย
27 นางสาวนนทรัตน์ พรทรัพย์มณี ผู้ร่วมวิจัย

 บทคัดย่อ


กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่หลักในการดูแลสุขภาพประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม กล่าวคือ อาหารที่ คนไทยบริโภคอาจมีสารปนเปื้อนหรือสารพิษตกค้าง ท าให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หรือ อาหารที่ผลิตขึ้นใน ประเทศไทยหากไม่มีคุณภาพ ท าให้ไม่สามารถจ าหน่าย หรือส่งออกไปยังต่างประเทศได้มีผลต่อเศรษฐกิจของ ประเทศ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและร่างกายของประชาชน โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านกระบวนการเพาะปลูก กระบวนการผลิต การแปรรูป จนถึงการ สื่อสาร ท าให้ข่าวความไม่ปลอดภัยอาหาร เป็นเหตุให้สังคมเกิดความตื่นตระหนกและใช้เวลานานกว่าจะสามารถ หาข้อเท็จจริงได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ด าเนินงานด้านความปลอดภัยอาหารมาตั้งแต่ ปี 2547 และมีการพัฒนา รูปแบบการด าเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยมีการด าเนินงานร่วมกับ ส านักงาน คณะกรรมการอาหารและยา ส านักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร ได้มีการด าเนินงาน แบบบูรณาการ ในเรื่องของระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหาร โดยมีการด าเนินการใน 2 รูปแบบ ดังนี้ แบบที่ 1 การตรวจเฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance) เป็นการก าหนดตรวจเฝ้าระวังอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ มีความเสี่ยงสูง และแบบที่ 2 การตรวจเฝ้าระวังเชิงรับ (Passive Surveillance) เป็นการรวบรวมผลการตรวจ วิเคราะห์ตามแผนเฝ้าระวังประจ าปี และน าข้อมูลที่ได้มาประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงด้านอาหารในภาพรวมของ ประเทศอย่างถูกต้องและแม่นย า เพื่อให้ประเทศมีฐานข้อมูลเรื่องความปลอดภัยอาหาร เป็นการส่งเสริมการ ด าเนินงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และสนับสนุน ผู้ประกอบการให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง แข็งแรง โครงการบูรณาการอาหารปลอดภัยในปี 2559 ด าเนินการโดยส านักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่งทั่วประเทศ แนวทางการด าเนินการ มีการเฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance) จ านวน 4 โครงการ และการเฝ้าระวังเชิงรับ (Passive Surveillance) จ านวน 6 ผลิตภัณฑ์ดังนี้ ผลการด าเนินงานการตรวจเฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance) 1. โครงการศึกษาปริมาณสารเคมีป้องกันและก าจัดศัตรูพืชตกค้างในผักสดและผลไม้สด โดยห้อง ปฏิบัติการส านักคุณภาพและความปลอดภัยอาหารสามารถ พัฒนาศักยภาพการตรวจสารเคมีป้องกันก าจัดศัตรูพืช ได้จ านวน 132 ชนิดสาร ครอบคลุมร้อยละ 80 ของข้อก าหนดกฎหมายไทย ที่มีการก าหนดค่า Maximum Residue Limit (MRL) ส าหรับสารแต่ละชนิดในผัก/ผลไม้ ผลการตรวจเฝ้าระวังในผักสดจ านวน 112 ตัวอย่าง ตรวจพบการตกค้างร้อยละ 50 ดังนี้ 1) พบปริมาณไม่เกินค่า MRL ร้อยละ 15 2) พบปริมาณเกินค่า MRL ร้อยละ 3 3) พบชนิดสารที่ไม่มีค่า MRL ร้อยละ 29 มีการตรวจพบวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ห้ามใช้ในประเทศไทย 2 ชนิด ได้แก่ endosulfan และ methamidophos ในคะน้าและถั่วฝักยาว คิดเป็นร้อยละ 3 ส าหรับผลไม้สด จ านวน 99 ตัวอย่าง ตรวจพบการตกค้างร้อยละ 51 ดังนี้1) พบปริมาณไม่เกินค่า MRL ร้อยละ 10 2) พบปริมาณ เกินค่า MRL ร้อยละ 7 3) พบชนิดสารไม่มีค่า MRLร้อยละ 34 2. โครงการส ารวจปริมาณสารต้านจุลชีพในเนื้อสัตว์ของประเทศไทย โดยห้องปฏิบัติการส านักคุณภาพ และความปลอดภัยอาหารสามารถ พัฒนาศักยภาพการตรวจสารต้านจุลชีพในเนื้อสัตว์ จ านวน 4 กลุ่ม 39 ชนิด การตรวจเฝ้าระวังในเนื้อสัตว์ได้แก่ เนื้อหมู ไก่ และวัว จ านวน 105 ตัวอย่าง พบสารต้านจุลชีพตกค้างในเนื้อหมู Lay .indd 7 12/1/2017 10:29:34 AM 2 ตัวอย่าง คือ พบ sulfadimidine ปริมาณ 401 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม 1 ตัวอย่าง และ พบ tilmicosin ปริมาณ น้อยกว่า 50 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม 1 ตัวอย่าง 3. โครงการเฝ้าระวังการปนเปื้อนโลหะหนักและเชื้อโรคอาหารเป็นพิษในหอยสองฝาที่เลี้ยงบริเวณ ปากแม่น้ าส าคัญของประเทศไทย ตัวอย่างหอยสองฝา ได้แก่ หอยแมลงภู่ หอยแครง และหอยนางรม จากแหล่ง เพาะเลี้ยง 5 แหล่งส าคัญของประเทศไทย จ านวนตัวอย่างทั้งหมด 111 ตัวอย่าง พบแคดเมียมปนเปื้อนเกินเกณฑ์ มาตรฐานจ านวน 2 ตัวอย่าง ในหอยแครงและหอยแมลงภู่ ปรอท สารหนูทั้งหมด และตะกั่ว พบการปนเปื้อน ต่ ากว่าเกณฑ์มาตรฐานทุกตัวอย่าง ส าหรับสารหนูอนินทรีย์ พบการปนเปื้อนต่ ากว่าค่า LOQ (LOQ=0.25 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) จ านวน 2 ตัวอย่าง นอกจากนั้น ตรวจพบเชื้อ V. parahaemolyticus: ในหอยแครงและ หอยแมลงภู่ ร้อยละ 47 และหอยนางรมร้อยละ 100 และเชื้อ V. vulnificus ในหอยแครงคิดเป็นร้อยละ 6.7 หอยแมลงภู่คิดเป็นร้อยละ 3.7 และตรวจไม่พบในหอยนางรม ส าหรับเชื้อ V. Cholerae หรือเชื้อก่อโรคอหิวาต์ ตรวจไม่พบในทุกตัวอย่าง 4. โครงการศึกษาการปนเปื้อนสารฟอร์มาลดีไฮด์ในอาหาร จากการทบทวนวรรณกรรมและข้อมูลผล การตรวจเฝ้าระวังในภาพรวมของประเทศ สรุปได้ 2 แบบ คือ 1) แบบที่ผู้ประกอบการเจตนาใช้ และ 2) แบบที่มี โดยธรรมชาติโดยเฉพาะในสัตว์ทะเลโด

 การเผยแพร่


ลำดับกิจกรรมรายละเอียดระยะเวลา
1 ตีพิมพ์ผ่านบทความทางวิชาการ รายงานสรุปผลการดำเนินงาน โครงการบูรณาการอาหารปลอดภัย (Food Safety) ประจำปีงบประมาณ 2559 เริ่ม: 1 ต.ค. 2558 สิ้นสุด: 30 ก.ย. 2559

 รางวัลที่ได้รับ




ฐานข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
http://innovation.dmsc.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่:๒๘ ต.ค. ๒๕๖๔