กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
Department of Medical Sciences

ทะเบียนองค์ความรู้
สถานการณ์การปนเปื้อนสารบอแรกซ์ในอาหารในจังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560   (ภาษาไทย)
Situation of Borax contamination in food in Chumphon  Ranong  Surat Thani and Nakhon Si Thammarat in B.E. 2560 (ภาษาอังกฤษ)

หน่วยงาน


ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎ์ธานี

ระยะเวลาในการดำเนินการ


 

งบประมาณ


เริ่มวันที่:22 เดือน กันยายน พ.ศ. 2560 จนถึงวันที่: 26 เดือน กันยายน พ.ศ. 2560 รวม:0 ปี จำนวนเงิน:0.00 บาท

 รายชื่อผู้ร่วมดำเนินการ


ลำดับชื่อ-นามสกุลตำแหน่งในโครงการ
1 นางสาวเขมิกา เหมโลหะ ผู้ร่วมวิจัย
2 นางสาวจรรยา บุญวิจิตร ผู้ร่วมวิจัย

 บทคัดย่อ


บอแรกซ์ เป็นสารเคมีที่เป็นเกลือของสารประกอบของโบรอน นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมทำแก้ว เพื่อช่วยให้เกิดความเหนียว แข็งแรง ใช้เป็นส่วนผสมในการฉาบภาชนะเครื่องเคลือบดินเผา ให้มีความมัน และแวววาว ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เพื่อเป็นวัตถุกันเสีย ช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว จึงมีการนำมาใส่ในอาหาร เพื่อให้อาหารเกิดลักษณะหยุ่น กรอบ และยืดอายุของอาหาร แต่สารบอแรกซ์ถูกกำหนดให้เป็นสารที่ห้ามใช้ในอาหาร ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 151 (พ.ศ. 2536) เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร เนื่องจากสารบอแรกซ์มีความเป็นพิษต่อเซลล์ร่างกายเกือบทั้งหมด อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของโครโมโซมมนุษย์ และนำไปสู่ความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2560 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี ได้สำรวจการปนเปื้อนสารบอแรกซ์ในอาหารในจังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ภายใต้โครงการบูรณาการอาหารปลอดภัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์การปนเปื้อนสารบอแรกซ์ในอาหารในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเก็บตัวอย่างอาหาร ได้แก่ ขนมจั๊ง แป้งทับทิมกรอบ ผลไม้ดอง บะหมี่เหลือง ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เช่น ลูกชิ้น หมูบด ทอดมัน ไส้กรอก เป็นต้น จากตลาดสดในอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 20 ตัวอย่าง นำมาตรวจวิเคราะห์เบื้องต้นด้วยชุดทดสอบกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และยืนยันผลการทดสอบที่ให้ผลบวกด้วยชุดทดสอบด้วยวิธี Colorimetric ผลการศึกษาพบว่า ตรวจพบบอแรกซ์ในอาหาร จำนวน 6 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 7.5 จากตัวอย่างทั้งหมด 80 ตัวอย่าง โดยพบในตัวอย่างขนมจั๊ง 4 ตัวอย่าง ปริมาณ 177 – 325 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และตัวอย่างบะหมี่เหลือง 2 ตัวอย่าง ปริมาณ 1739 – 2092 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลปี พ.ศ. 2559 ที่มีการดำเนินการในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งตรวจพบการปนเปื้อนเพียงร้อยละ 2.5 ในตัวอย่างเนื้อหมูบด และแป้งทำสาคูบัวลอย จากตัวอย่าง 80 ตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าตัวอย่างอาหารมีการปนเปื้อนสารบอแรกซ์เพิ่มขึ้น และมีการปนเปื้อนในชนิดอาหารที่ต่างไปจากเดิม ซึ่งอาจเกิดจากผู้ผลิตยังขาดความรู้ หรือขาดความตระหนักต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ดังนั้น ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้วางแผนคุ้มครองผู้บริโภค อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้ระบบคุ้มครองผู้บริโภคไปถึงเป้าหมายยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุข “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน”      

 การเผยแพร่


ลำดับกิจกรรมรายละเอียดระยะเวลา
1 ร่วมนำเสนอด้วยการพูดในงานวิชาการ เสนอโปสเตอร์ เริ่ม: 6 ก.ย. 2561 สิ้นสุด: 8 ก.ย. 2561

 รางวัลที่ได้รับ




ฐานข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
http://innovation.dmsc.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่:๒๘ ต.ค. ๒๕๖๔