กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
Department of Medical Sciences

ทะเบียนองค์ความรู้
การศึกษาการดื้อยาของเชื้อวัณโรคและระบาดวิทยาโมเลกุลวัณโรคดื้อยา (ภาษาไทย)
Molecular characteristics and genotypes of Mycobacterium tuberculosis isolated from an outbreak of Thailand-Myanmar border   (ภาษาอังกฤษ)

หน่วยงาน


สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

ระยะเวลาในการดำเนินการ


 

งบประมาณ


เริ่มวันที่:31 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2561 จนถึงวันที่: 31 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2561 รวม:0 ปี จำนวนเงิน:0.00 บาท

 รายชื่อผู้ร่วมดำเนินการ


ลำดับชื่อ-นามสกุลตำแหน่งในโครงการ

 บทคัดย่อ


วัณโรคเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข การตรวจวินิจฉัยวัณโรคและการดื้อยารักษาแบบได้ผลเร็วช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และยังสามารถควบคุมการแพร่ติดต่อของโรคได้ โครงการวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาห้องปฏิบัติการให้สามารถตรวจแยกสายพันธุ์เชื้อวัณโรคได้ด้วยวิธีการมาตรฐานสามารถใช้วิธีการแยกสายพันธุ์ในการศึกษาวิจัยทางระบาดวิทยาของเชื้อวัณโรค โดยศึกษาลักษณะการดื้อยาของเชื้อวัณโรคด้วยวิธี Phenotypic method คือวิธีการเพาะเชื้อซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานและตรวจวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง DNA ในยีนที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยาของเชื้อวัณโรคด้วยวิธี Genotypic methodได้แก่วิธี Real-time PCR  วิธี Line Probe assay และวิธี DNA sequencing ในการตรวจแยกสายพันธุ์เชื้อวัณโรควิเคราะห์จากลายพิมพ์ DNA (DNA fingerprint) ของวัณโรคโดยวิธีspoligotypingและการแยกย่อยสายพันธุ์วัณโรคโดยวิธี Mycobacterial interspersed repetitive unit-variable number tandem repeat typing (MIRU-VNTR) ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างเชื้อวัณโรคในพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อวัณโรค 201 ตัวอย่างในจังหวัดกาญจนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง พบเชื้อวัณโรคที่มีลักษณะไวต่อยาทั้งสองชนิดได้แก่ยาIsoniazid (INH) และยา Rifampicin (RIF) ร้อยละ54 และเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนาน ซึ่งหมายถึงการดื้อยารักษาที่เป็นยาหลักอย่างน้อยสองชนิดได้แก่INH และ RIF ร้อยละ 37(74 ใน 201) ผลการแยกสายพันธุ์วัณโรคด้วยวิธีspoligotypingพบเชื้อสายพันธุ์กลุ่มใหญ่ที่สุดคือสายพันธุ์Beijing มีประมาณร้อยละ 50 (101 ใน 201) และสายพันธุ์ non-Beijing ได้แก่ EAI2_NTB EAI5 EAI6_BGD1 H3 LAMP 9 NEW T1 และ Uคิดรวมเป็นร้อยละ 50 (100 ใน 201) จากผลการแยกย่อยเฉพาะในกลุ่มสายพันธุ์ Beijing พบกลุ่มเชื้อ(Cluster)ขนาดใหญ่จำนวน32ตัวอย่างที่มีรูปแบบของผลวิเคราะห์ 15-loci MIRU-VNTR ในแต่ละตำแหน่งของ direct repeat (DR)เป็นรูปแบบเดียวกันคือ423335444753823ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นเชื้อวัณโรคที่ดื้อยาหลายขนานซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง DNA ในยีนที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยาในตำแหน่งเดียวกันได้แก่การเปลี่ยนแปลงDNA ในยีน rpoBซึ่งเกี่ยวข้องกับการดื้อยา RIF ที่codon ตำแหน่ง 531 มีการเปลี่ยนกรดอะมิโนจาก Serine เป็น Leucine และการเปลี่ยนแปลงDNA ในยีน katGซึ่งเกี่ยวข้องกับการดื้อยา INH ที่ codon ตำแหน่ง 315 มีการเปลี่ยนกรดอะมิโนจาก Serine เป็น Threonine อย่างไรก็ตามจากผลการตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธี Line probe assay และวิธี Real-time PCR ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลง DNA ของเชื้อวัณโรคในยีนที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยาชนิดรุนแรงซึ่งหมายถึงการดื้อต่อยาหลายขนานร่วมกับการดื้อยาFluoroquinolone และยาในกลุ่ม aminoglycoside ในกลุ่มเชื้อวัณโรคกลุ่มใหญ่ดังกล่าว แต่พบการดื้อยารุนแรงเชื้อวัณโรคสายพันธุ์ Beijing ที่ไม่รวมในอยู่กลุ่มใหญ่ซึ่งมี 2 ตัวอย่างและในเชื้อกลุ่มสายพันธุ์ U มี 3 ตัวอย่างผลการศึกษาครั้งนี้บ่งชี้การแพร่ติดเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนานระหว่างผู้ป่วยวัณโรคในพื้นที่ระบาด ยากต่อการกำจัดควบคุมโรค ข้อเสนอแนะควรจะได้มีตรวจค้นหาผู้ป่วยโดยการตรวจวิเคราะห์วัณโรคดื้อยาหลายขนานด้วยเทคนิคที่ให้ผลตรวจรวดเร็ว ให้การรักษาด้วยยาที่ได้ผล และติดตามการแพร่ติดต่อระหว่างผู้ป่วยด้วยวิธีการแยกสายพันธุ์อย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวังควบคุมโรคและติดตามระบาดวิทยาโดยเฉพาะในพื้นที่มีปัญหาการแพร่ติดต่อของวัณโรคดื้อยา   

 การเผยแพร่


ลำดับกิจกรรมรายละเอียดระยะเวลา
1 ร่วมนำเสนอด้วยการพูดในงานวิชาการ จากโครงการ เรื่อง การศึกษาการดื้อยาของเชื้อวัณโรคและระบาดวิทยาโมเลกุลวัณโรคดื้อยา เผยแพร่ The 50th US-Japan Cooperative Medical Science Program, Bethesda Maryland, USA. วันที่ 13-14 มกราคม 2559 เริ่ม: 31 พ.ค. 2561 สิ้นสุด: 31 พ.ค. 2561

 รางวัลที่ได้รับ




ฐานข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
http://innovation.dmsc.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่:๒๖ ต.ค. ๒๕๖๔